ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การผลิตน้ำมันชีวภาพจากไพโรไลซีสในเฟสของเหลวของเนื้อไม้กระถินยักษ์
Library Call : 531990  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : หอสมุดกลาง สำนักงานวิทยทรัพยาก
ตัวอย่างบทคัดย่อ : งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการผลิตน้ำมันชีวภาพจากไพโรไลซีสในเฟสของเหลวของเนื้อไม้กระถินยักษ์โดยใช้เดกเคนเป็นตัวทำละลาย ทำการทดลองในเตาปฏิกรณ์ที่อุณหภูมิ 350 องศาเซลเซียส, ความดันไฮโดรเจนเริ่มต้น 10 บาร์, เวลาในการทำปฏิกิริยา 2 ชั่วโมง, ชีวมวล 10 กรัมและตัวทำละลายเดกเคน 40 กรัมพร้อมกับตัวเร่งปฏิกิริยา ZSM-5, NiMo/Al2O3 และ Pt/Al2O3 ร้อยละ 10 โดยน้ำหนักเพื่อหาตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ของเหลวนำไปทดสอบด้วยเครื่อง GC-MS, CHN และ Karl Fischer titration ผลการวิเคราะห์จากเครื่อง CHN พบว่า NiMo/Al2O3 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหมาะสมในการผลิตน้ำมันชีวภาพที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำถึงร้อยละ 10.02 และให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันชีวภาพร้อยละ 4.30 ดังนั้นจึงใช้ NiMo/Al2O3 เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยอื่นๆและพบภาวะที่เหมาะสมในการผลิตน้ำมันชีวภาพ อิทธิพลของอุณหภูมิ (250, 300, 350, 400 องศาเซลเซียส), เวลาในการทำปฏิกิริยา (30 นาที, 1, 2, 4 ชั่วโมง), ความดันไฮโดรเจนเริ่มต้น (5, 10, 20, 30 บาร์), ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา (ร้อยละ 1, 5, 10, 20 โดยน้ำหนัก) และก๊าซที่ใช้ทำปฏิกิริยา (ไฮโดรเจน, ไนโตรเจน) พบว่าอุณหภูมิในการทำปฏิกิริยาเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดซึ่งให้ปริมาณน้ำมันและออกซิเจนเท่ากับร้อยละ 8.60 และ 8.50 โดยน้ำหนักตามลำดับที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส เมื่อเพิ่มเวลาในการทำปฏิกิริยาปริมาณน้ำมันและออกซิเจนจะเพิ่มจนถึงจุดอิ่มตัวเช่นเดียวกันกับปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา เวลาในการทำปฏิกิริยาและปริมาณตัวเร่งที่เหมาะสมที่สุดคือ 2 ชั่วโมงและร้อยละ 10 โดยน้ำหนักโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำมันและออกซิเจน ความดันไฮโดรเจนเริ่มต้นมีอิทธิพลน้อยและก๊าซไนโตรเจนให้น้ำมันชีวภาพสูงกว่าก๊าซไฮโดรเจน