ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : น้ำมันชีวภาพจากลิควิแฟกชันของชีวมวล : ผลของตัวเร่งปฏิกิริยา
Library Call : PJ.2553 / 5439  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีความต้องการพลังงานอย่างสูงโดยเฉพาะด้านเชื้อเพลิง (น้ำมัน) ส่งผลให้เชื้อเพลิงมีราคาสูงมากและมีแนวโน้มที่จะหมดลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงได้ให้ความสนใจพลังงานชีวมวลเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ทำให้มีเศษเหลือใช้จากการเกษตรหรือชีวมวล (Biomass) เป็นจำนวนมาก งานวิจัยนี้จึงศึกษาการผลิตน้ำมันชีวภาพ ( Bio-oil ) จากชีวมวลคือชานอ้อยและกะลาปาล์มเพื่อเพิ่มการเปลี่ยน (Conversion) , ผลผลิตน้ำมัน (Oil-yield) และคุณภาพน้ำมันชีวภาพโดยเติมตัวเร่งปฎิกิริยา (Catalyst) ซึ่งงานวิจัยนี้จะมุ่งเน้นศึกษาการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันชีวภาพ (Bio-oil) โดยใช้กระบวนการ Liquefaction และศึกษาผลของตัวเร่งปฏิกิริยาต่อสมบัติน้ำมัน โดยเลือก กรด [Oxalic acid (OA)] และเบส [Tetramethylammonium hydroxide (TMAH)] เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อเปลี่ยนเซลลูโลสในชีวมวลที่ภาวะ 130 -180?C, 2 ชั่วโมงและใช้แก๊ส N2 ที่ความดันเริ่มต้น101.3 kPa ผลของลิควิแฟกชันของชาน-อ้อยในปฏิกิริยาที่มีขั้นเดียว ที่ความเข้มข้นกรด 5 - 15 %wt ค่า Conversion เท่ากับ 65.9 – 75.7% ในช่วงอุณหภูมิ 130 - 180 ?C และที่ความเข้มข้นเบส 5 - 10 %wt ค่า Conversion เท่ากับ 81.4-82.0 % ณ อุณหภูมิ 150?C และผลของลิควิแฟกชันของกะลาปาล์มในปฏิกิริยาที่มีขั้นเดียว ที่ความเข้มข้นกรด 5 - 15 %wt ค่า Conversion เท่ากับ 41.9 – 59.8% ในช่วงอุณหภูมิ 130 - 180 ?C และที่ความเข้มข้นเบส 5 - 10 %wt ค่า Conversion เท่ากับ 58.9 - 65.5% ณ อุณหภูมิ 150?C เมื่อวิเคราะห์ด้วยเครื่อง GC-MS พบว่าองค์ประกอบของน้ำมันชีวภาพที่ได้จากชานอ้อยและกะลาปาล์ม มีองค์ประกอบหลักคือ Lactic acid, Pentanoic acid, Benzene dicarboxylic acid และสารประกอบ ester ในขณะที่ค่าความร้อนที่วัดได้อยู่ในช่วง 15.1 - 25.2 kJ/g ซึ่งมีกะลาปาล์มจะมีค่าความร้อนสูงกว่าชานอ้อย