ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : ผลกระทบเนื่องจากตัวแปรต่างๆ ต่อการเผาไหม้ร่วมของถ่านหินและชีวมวลในฟลูอิดไดซ์เบดแบบหมุนเวียน
Library Call : PJ.2552 / 5055
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงค่าตัวแปรต่างๆ ซึ่งตัวแปรที่ทำการศึกษาคือ ชนิดชองเชื้อเพลิง(กะลาปาล์มและกะลามะพร้าว) สัดส่วนเชื้อเพลิงของถ่านหินต่อชีวมวล (สัดส่วน 30:70 50:50 70:30) และตำแหน่งการป้อนอากาศทุติยภูมิ ที่มีผลต่อการเผาไหม้ร่วมของถ่านหินและชีวมวลในฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นค่าอุณหภูมิที่เกิดขึ้นตลอดท่อไรเซอร์ และองค์ประกอบของฟลูแก๊สอันได้แก่ แก๊สคาร์มอนมอนอกไซด์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สไนโตรเจนออกไซด์ (ไนตริกออกไซด์และไนโตรเจนไดออกซ์) โดยใช้ถ่านหินชนิดซับบิทูมินัส ซึ่งจากการวิเคราะห์คุณสมบัติเชื้อเพลิงพบว่าค่าความร้อนถ่านหินมีค่าสูงกว่า กะลาปาล์มและกะลามะพร้าว เช่นเดียวกับองค์ประกอบของไนโตรเจนที่มีค่า 0.72, 0.63 และ 0.04 ตามลำดับ โดยท่อไรเซอร์หรือห้องเผาไหม้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร สูง 3 เมตร ป้อนเชื้อเพลิงที่อัตราคงที่ 7 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ป้อนอากาศปฐมภูมิอัตราคงที่ 200 ลิตรต่อนาที และอัตราการหมุนเวียนของเบดคงที่ 300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ในขณะที่ตำแหน่งการป้อนอากาศทุติยภูมิจะถูกกำหนดที่ตำแหน่ง 1.0, 2.0 และ 2.4 เมตร จากการวิจัยพบว่าการป้อนชีวมวลเข้าร่วมมีผลให้อุณหภูมิลดลง ถ่านหินซึ่งมีค่าความร้อนสูงและมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบมากกว่าจึงให้อุณหภูมิสูงและปล่อยไนโตรเจนออกไซด์มาก กะลาปาล์มเมื่อเทียบกับกะลากะลามะพร้าวแล้ว การปลดปล่อยของแก๊สไนโตรเจนออกไซด์จะมีค่ามากกว่า และสำหรับเชื้อเพลิงถ่านหิน การป้อนอากาศทุติยภูมิ ที่ตำแหน่ง 2 เมตร จะมีอัตราการปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกไซด์มากที่สุด ในขณะที่เชื้อเพลิงผสมชีวมวลการป้อนอากาศทุติยภูมิที่ตำแหน่ง 1 เมตรมีอัตราการปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกไซด์มากที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดไรเซอร์อยู่ที่ค่าประมาณ 660 ถึง 930 องศาเซลเซียส โดยประสิทธิภาพการเผาไหม้เฉลี่ยแล้วมีค่าใกล้เคียงกันในทุกๆ การทดลองคือ ร้อยละ 95.3 และองค์ประกอบของฟลูแก๊สที่ปล่อยออกมามีค่าน้อยกว่าระดับมาตรฐานของการปล่อยแก๊สพิษในประเทศไทย