ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การผลิตตัวค้ำจุนไลเพสจากเส้นใยพืชเพื่อการสังเคราะห์ไบโอดีเซล 
Library Call : วพ.2550 / 6372
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตรึงไลเพสจากยีสต์ Candida Rugosa บนตัวค้ำจุนจากเส้นใยพืชเหลือใช้หลายชนิดเพื่อเร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์ไบโอดีเซล จากผลการตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยาและสมบัติการดูดความชื้นพบว่าเส้นใยจากต้นกกมีสมบัติที่เหมาะที่จะเป็นตัวค้ำจุน โดยเส้นใยกกมีรูพรุนจำนวนมาก มีขนาดที่สม่ำเสมอกระจายอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการดูดความชื้นต่ำที่สุดเพียงร้อยละ 9.1 โดยเมื่อนำเส้นใยกกที่บดละเอียดขนาด 0.25 มิลลิเมตรไปตรึงไลเพสด้วยวิธีการตรึงที่แตกต่างกันคือการตรึงด้วยการดูดซับทางกายภาพโดยใช้เฮปเทนและบัฟเฟอร์เป็นตัวกลางและการตรึงด้วยพันธะโควาเลนต์โดยใช้ 1-เอทิล-3-(3-ไดเมทิลอะมิโนโพลพิล)คาร์โบไดอิไมด์(อีดีซี) พบว่าการตรึงไลเพสด้วยการดูดซับทางกายภาพโดยใช้เฮปเทนเป็นตัวกลางและการตรึงด้วยพันธะโควาเลนต์โดยใช้ อีดีซี ให้ประสิทธิภาพการตรึงเอนไซม์ได้สูงถึงร้อยละ 93.4 และ 76.2 ตามลำดับ และค่าแอคติวิตีของไลเพสตรึงรูปด้วยการดูดซับทางกายภาพดังกล่าวลดลงเพียงร้อยละ 11.2 ในขณะที่ของไลเพสตรึงรูปด้วยพันธะโควาเลนต์ลดลงถึงร้อยละ 66.6 เมื่อเปรียบเทียบกับค่าแอคติวิตีของไลเพสอิสระ หลังจากนั้นเมื่อนำไลเพสตรึงรูปไปทดสอบความสามารถในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์-เอสเทอริฟิเคชันระหว่างน้ำมันปาล์มและเมทานอล พบว่าไลเพสตรึงบนกกบดละเอียดสามารถเร่งปฏิกิริยา ทรานส์เอสเทอริฟิเคชันได้ปริมาณอัลคิลเอสเทอร์เท่ากับร้อยละ 19.3 ใกล้เคียงกับการใช้ไลเพสอิสระ และไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่เมื่อนำไปเร่งปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส-เอสเทอริฟิเคชันโดยมีเมทานอลเป็นสับสเตรตก็พบว่าได้ปริมาณอัลคิลเอสเทอร์สูงขึ้นเท่ากับร้อยละ 48.8 ซึ่งสูงกว่าไลเพสอิสระเกือบ 2 เท่า และยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำอีก 1 ครั้ง และยิ่งกว่านั้นเมื่อเปลี่ยนสับสเตรตเป็นไบโอเอทานอลพบว่าได้ปริมาณอัลคิลเอสเทอร์สูงขึ้นเท่ากับร้อยละ 51.3 และยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก 2 ครั้ง