ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การใช้ประโยชน์จากเส้นใยกากมันสำปะหลังในการผลิตเซลลูเลสและเอทานอล
Library Call : วพ.2550 / 6382  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : เส้นใยกากมันสำปะหลังที่ได้จากการย่อยกากมันสำปะหลัง (15% กรัมน้ำหนักเปียก/ปริมาตร) ด้วยแอลฟา-อะไมเลส และกลูโคอะไมเลส (Spezyme, USA) ตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด แล้วแยกส่วนน้ำแป้งออกโดยการปั่นเหวี่ยง เมื่อนำมาใช้เป็นแหล่งคาร์บอนสำหรับการผลิตเอนโดกลูคาเนสและบีตากลูโคซิเดสโดย Aspergillus terreus สายพันธุ์ 24 และ A. niger สายพันธุ์ 127 ตามลำดับ และใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับการหมักเอทานอลด้วย S. cerevisiae TISTR 5596 โดยวิธี แซ็กคาริฟิเคชันแบบควบคู่ (SSF) พบว่าที่สภาวะเหมาะสม A. terreus สายพันธุ์ 24 ผลิตเอนโดกลูคาเนส 51.6 หน่วยเอนไซม์/กรัมแห้งของเส้นใย และบีตากลูโคซิเดส 0.64 หน่วยเอนไซม์/กรัมแห้งของเส้นใย และที่สภาวะเหมาะสม A. niger ผลิตบีตากลูโคซิเดส 37.2 หน่วยเอนไซม์/กรัมแห้งของเส้นใย และเอนโดกลูคาเนส 1.68 หน่วยเอนไซม์/กรัมแห้งของเส้นใย เมื่อนำเอนไซม์ทั้งสองข้างต้นมาผสมกันเพื่อปรับสัดส่วนของเอนโดกลูคาเนส : บีตากลูโคซิเดส เป็น 2:1 แล้วใช้ในกระบวนการหมักเอทานอลแบบ SSF พบว่าสภาวะที่เหมาะสมของการผลิตเอทานอลจากเส้นใยกากมันสำปะหลังโดยวิธี SSF คือหมักที่ 40?ซ 72 ชั่วโมง ใช้เอนโดกลูคาเนส 128.57 หน่วย เอนไซม์ และบีตากลูโคซิเดส 59.29หน่วยเอนไซม์/กรัมแห้งของเส้นใย ที่สภาวะเหมาะสมนี้ได้เอทานอล 40.19% กรัม/กรัมแห้งของเส้นใย โดยวิธีข้างต้นพบว่าจะทำให้ผลผลิตเอทานอลจากการหมักกากมันสำปะหลังเพิ่มสูงขึ้นกว่าการหมักเอาทานอลจากส่วนแป้งในกากมันสำปะหลังอย่างเดียว 25%