ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การผลิตไบโอดีเซลโดยปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นจากน้ำมันเมล็ดเงาะที่เร่งโดยเอนไซม์ไลเพสจากเชื้อรา
Library Call : PJ.2549 / 3878 
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ปัญหาการขาดแคลนพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันจัดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ การแสวงหาแหล่งพลังงานทดแทน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศนับว่ามีความสำคัญไบโอดีเซลถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากเราสามารถผลิตไบโอดีเซลได้จากวัตถุดิบของเสียทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงสนใจที่จะนำวัตถุดิบของเสียทางการเกษตร คือ เงาะ มาผลิตไบโอดีเซล โดยนำเมล็ดเงาะมาสกัดน้ำมันด้วยเฮกเซน เพื่อหาปริมาณของน้ำมัน และองค์ประกอบของกรดไขมัน พบว่า เมล็ดเงาะมีเปอร์เซ็นต์ของน้ำมันที่สกัดได้เท่ากับ 41.25 เมล็ดเงาะเป็นของเสียทางอุตสาหกรรมที่มีอยู่มาก จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ ในการผลิตไบโอดีเซล จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซลที่เกิดขึ้นจากการเร่งด้วยเอนไซม์ไลเพสที่แยกได้จากเชื้อรา โดยนำน้ำมันจากเมล็ดเงาะที่สกัดได้มาทำปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่น กับเมทานอล เร่งโดยเอนไซม์ไลเพสที่ได้แยกจากเชื้อรา 10 ชนิด ได้แก่ SKP 203, NAN 106, NAN 104, SH 04, CU 5, NAN 202, PAI 203, NAN 204, SKP 102 และ CU 10 (NAN 204 มีค่าแอคติวิตีสูงที่สุด คือ 0.41 ?mol/ml/min.) วัดปริมาณไบโอดีเซลที่เกิดขึ้นด้วยวิธีโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography) จากปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชันที่เร่งด้วยเอนไซม์ไลเพสที่แยกได้จากเชื้อราทั้ง 10 ชนิด พบว่า เอนไซม์ไลเพสจากเชื้อรา NAN 204 สามารถผลิตไบโอดีเซลได้จากน้ำมันเมล็ดเงาะโดยใช้ปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นเท่ากับ 13.97% และเมื่อใช้เอนไซม์ไลเพสจากเชื้อรา Rhizomucor miehei (Lipozyme RMIM) เป็นตัวเร่งพบว่าสามารถเปลี่ยนน้ำมันจากเมล็ดเงาะไปเป็นไบโอดีเซลได้เท่ากับ 96.04 % ส่วนเอนไซม์ไลเพสจากเชื้อราอีก 9 ชนิดไม่พบว่ามีผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซลเกิดขึ้น แสดงว่าเมล็ดเงาะซึ่งเป็นของเสียทางอุตสาหกรรมน่าจะเหมาะสมในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลโดยใช้เอนไซม์ไลเพสเป็นตัวเร่งต่อไป