ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มโดยปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นและอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชั่นที่เร่งด้วยเอนไซม์ไลเพสตรึงรูปไลโพไซม์
Library Call : PJ.2550 / 4141  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่น(Transesterification) เป็นปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ กับแอลกอฮอล์ โดยใช้ไลเพสเป็นตัวเร่ง ได้ผลิตภัณฑ์เป็นอัลคิลเอสเทอร์ของกรดไขมันที่เรียกว่าไบโอดีเซล และกลีเซอรอลเป็นผลิตภัณฑ์ร่วม จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าแอลกอฮอล์จะมีผลยับยั้งความสามารถในการเร่งปฏิกิริยา รวมถึงลดเสถียรภาพของไลเพส นอกจากนี้กลีเซอรอลจะถูกดูดซับบนผิวของเอนไซม์ทำให้ไม่สามารถเร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์ไบโอดีเซลได้ ดังนั้นปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชั่น(Interesterification) ซึ่งใช้สารตั้งต้นเป็นเอสเทอร์แทนแอลกอฮอล์ จึงน่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถลดปัญหาดังกล่าวในกระบวนการผลิตไบโอดีเซลได้ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ร่วมไตรอะเซทิลกลีเซอรอลที่ได้จากปฏิกิริยา จะไม่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ และมีมูลค่าทางการตลาดสูงกว่ากลีเซอรอลอีกด้วย ในงานวิจัยนี้จึงต้องการเปรียบเทียบสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มด้วยปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นและอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชั่น มีเอทานอลและเอทิลอะซีเทตเป็นสารตั้งต้นตามลำดับ และใช้ไลเพสตรึงรูปไลโพไซม์เป็นตัวเร่ง จากผลการทดลองที่ได้ สภาวะที่เหมาะสมสำหรับปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นเป็นดังต่อไปนี้ คือ การใช้รูปแบบการเติมสารตั้งต้นแบบ 1 ขั้นตอน อัตราส่วนของน้ำมันปาล์มต่อเอทานอลเป็น 1:3 (กรัม/กรัม) ปริมาณเอนไซม์ที่ใช้ในการเร่งปฏิกิริยาคือ 10% เทียบกับน้ำหนักของน้ำมัน มีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาคือ 40 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการทำปฏิกิริยา 24 ชั่วโมง สำหรับสภาวะที่เหมาะสมของปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชั่นคือ การใช้รูปแบบการเติมสารตั้งต้นแบบ 1 ขั้นตอน อัตราส่วนของน้ำมันปาล์มต่อเอทิลอะซิเตทเป็น 1:3 (กรัม/กรัม) ปริมาณเอนไซม์ที่ใช้ในการเร่งปฏิกิริยาคือ 10% เทียบกับน้ำหนักน้ำมัน มีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาคือ 50 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการทำปฏิกิริยา 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเติมน้ำทั้งสองปฏิกิริยา และสามารถผลิตไบโอดีเซล ได้ 79.38?0.69 และ 50.16?4.93 % ตามลำดับ