ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มในเมทานอลวิกฤตยิ่งยวด 
Library Call : 490063  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : หอสมุดกลาง สำนักงานวิทยทรัพยาก
ตัวอย่างบทคัดย่อ : งานวิจัยนี้ศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มด้วยปฏิกิริยาทรานสเอสเทอริฟิเคชั่นที่สภาวะเมทานอลเหนือวิกฤติ เริ่มโดยทดลองการเกิดปฏิกิริยาในถังปฏิกรณ์แบบกะที่สภาวะต่างๆ คือในช่วงอุณหภูมิของปฏิกิริยา 250-300 องศาเซลเซียส และสัดส่วนโดยโมลของเมทานอลต่อน้ำมันปาล์มในช่วง 6:1-45:1 เวลาที่ใช้ในการทำปฏิกิริยาอยู่ในช่วง 10-240 นาที จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าเปอร์เซ็นต์ของเมทิลเอสเทอร์เพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิ อัตราส่วนโดยโมลของเมทานอลต่อน้ำมันปาล์มและเวลาที่ใช้ในการทำปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น และพบว่าสภาวะที่ดีที่สุดที่ใช้ในการทำปฏิกิริยาผลิตเมทิลเอสเทอร์คือ ที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส และอัตราส่วนโดยโมลของเมทานอลต่อน้ำมันปาล์มที่ 45:1 โดยเปอร์เซ็นต์เมทิลเอสเทอร์ที่ได้ที่สภาวะนี้ มีค่าเท่ากับ 85 เปอร์เซ็นต์ หลังจากใช้เวลาในการทำปฏิกิริยา 80 นาที จากการศึกษาจลนพลศาสตร์ พบว่าลักษณะของปฏิกิริยาทรานสเอสเทอริฟิเคชั่นเป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง และมีค่าพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา เท่ากับ 86 กิโลจูลต่อโมล กรณีการศึกษาผลของตัวทำละลายร่วม (ทูโลอีน เบนซีน และ เฮกเซน) ที่เติมลงไปในปฏิกิริยา เพื่อเพิ่มผลได้ของไบโอดีเซล จากผลการทดลองพบว่า เมื่อเติมทูโลอีนและเบนซีนเข้าไปในปฏิกิริยา จะช่วยเพิ่มผลได้ของไบโอดีเซลที่ผลิตได้เมื่อเทียบกับปฏิกิริยาที่ไม่เติมตัวทำละลายดังกล่าว ส่วนในกรณีของเฮกเซนกลับทำให้ได้ผลได้ไบโอดีเซลลดลงในเกือบทุกสภาวะที่ทำการทดลอง นอกจากนี้ยังมีการการศึกษาการเกิดปฏิกิริยาทรานส์เอสเตอริฟิเคชั่นในกระบวนการแบบต่อเนื่องของน้ำมันปาล์มกับเมทานอลและตัวทำละลายเบนซีนและทูโลอีน ที่อัตราส่วนโดยโมลของเมทานอลต่อน้ำมันปาล์มที่ 25:1 โดยเติมตัวทำละลาย 50% โดยปริมาตรของน้ำมัน พบว่าเวลาของปฏิกิริยามีผลต่อผลได้ของไบโอดีเซล และจากการทดลองนี้ สรุปได้ว่า ระบบของปฏิกิริยาเมื่อได้รับการปรับปรุงแล้วทั้งแบบกะและแบบต่อเนื่องจะมีศักยภาพ และสามารถใช้ในการผลิตไบโอดีเซลจากกระบวนการทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นของน้ำมันปาล์มในเมทานอลวิกฤตยวดยิ่ง