ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การออกฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์ของเปปไทด์ที่ได้จากสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในกลุ่มคางคกและปาด
Library Call : PJ.2552 / 5028
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างกว้างขวางในทั้งมนุษย์และสัตว์ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันนำไปสู่ปัญหาการดื้อยาของเชื้อจุลินทรีย์อย่างมากมายในปัจจุบัน เป็นเหตุผลให้มีความพยายามในการศึกษาหายาปฏิชีวนะชนิดใหม่ๆโดยมีเปปไทด์ต้านจุลินทรีย์ที่พบในสิ่งมีชีวิตหลายชนิดเป็นทางเลือก การศึกษานี้ได้ทำการโคลนยีนจากเมือกที่ผลิตจากต่อมใต้ผิวหนังของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด ได้แก่ จงโคร่ง (Bufoasper) ปานตีนเหลือง (Rhaophorusbipunctatus) และปาดยักษ์ (Rancophorusmaximus) โดยการสกัด mRNA จากเมือก แล้วนำมาเพิ่มจำนวนพร้อมทั้งหาลำดับนิวคลีโอไทด์ด้วยวิธี RT-PCR cloning จากนั้นวิเคราะห์ลำดับกรดอะมิโนของ เปปไทด์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสังเคราะห์เปปไทด์ด้วยวิธีการทางเคมี จากนั้นนำเปปไทด์ที่ได้มาทดสอบหาฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสี่ชนิด ได้แก่ E. coli, S. Tymphimurium, B. cereusและ S.aureusจากการศึกษาพบว่าเปปไทด์BA12 ที่ได้จากจงโคร่งให้ค่า MIC มากกว่า 400?M ทั้งในแบคทีเรียแกรมลบและแกรมบวก ส่วนเปปไทด์RM4 จากปาดยักษ์มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียแกรมลบเท่านั้น (E.coliกับ S.Tymphimurum) โดยมีค่า MIC น้อยกว่า 25?Mแต่ไม่ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียแกรมบวก (B.cereusกับ S.aureus) โดยมีค่า MIC มากกว่า 400?Mส่วนเปปไทด์RB1 ที่ได้จากปาดตีนเหลืองมีค่า MIC ต่ำกว่า 6.25?Mทั้งในแบคทีเรียแกรมลบและแกรมบวก สำหรับการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดแดงของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เปปไทด์BA12 มีค่า HC50สูงกว่า 400?Mส่วนในเปปไทด์RB1 กับ RM4 มีค่า HC50เท่ากับ 11-18 ?Mและ 300?M ตามลำดับ โดยสรุปเปปไทด์RB1 เป็นเปปไทด์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการนำไปพัฒนาเป็นยาต่อไป ด้วยประสิทธิภาพในการต่อต้านแบคทีเรียทั้งชนิดแกรมบวกและลบ (broad spectrum) ทั้งยังมีความเป็นพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ