ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : ทรานเอสเทอริฟิเคชันแบบใช้ด่างเป็นคะตะลีสต์ ของมะเยาหลวง สำหรับการผลิตไบโอดีเซล
Library Call : 541834 
สถานที่ตั้งห้องสมุด : หอสมุดกลาง สำนักงานวิทยทรัพยาก
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อกระบวนการสังเคราะห์ไบโอดีเซลจากน้ำมันมะเยาหลวงโดยใช้ปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชัน ทำการทดลองที่สภาวะของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ร้อยละ 0.15, 0.35, 0.55, 0.75, 0.95 และ 1.50 โดยน้ำหนักของน้ำมันมะเยาหลวง ใช้เวลาในการทำปฏิกิริยา 10, 30, 60 และ 90 นาที อัตราส่วนโดยโมลที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ของน้ำมันมะเยาหลวงต่อเมทานอลคือ 1:3, 1:6, 1:9, 1:12 รวมถึงศึกษาผลของความเร็วรอบที่ 200, 400,และ 600 รอบต่อนาที จากการทดลองพบว่า ร้อยละของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาคือ ร้อยละ 0.95 ต่อน้ำหนักน้ำมัน และเมื่อทำการทดลองที่อัตราส่วนโดยโมลที่ศึกษาพบว่าสภาวะที่เหมาะสมที่สุดของน้ำมันมะเยาหลวงต่อเมทานอลคือ 1:9 ความเร็วรอบกวน 600 รอบต่อนาที พบว่าปริมาณเมทิลเอสเทอร์สูงสุดที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส 60 นาที จะทำให้ได้ร้อยละเมทิลเอสเทอร์สูงถึง 96.7 จากนั้นนำไปตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันที่ได้พบว่าน้ำมัน ไบโอดีเซลที่ได้จากน้ำมันมะเยาหลวง (B5) จะให้ค่าไอโอดีนในปริมาณที่สูง และค่าความหนืดที่สูงด้วยเช่นกัน คือ 159.5 กรัมไอโอดีนต่อ 100 กรัม และ 8.22 เซนติสโตรก ตามลำดับ ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานของ CNS 15072 และ EN 14214 ที่กำหนดไว้คือ ไม่เกิน 120 กรัมไอโอดีนต่อ 100 กรัม และ 3.5–5.0 เซนติสโตรก ตามลำดับ ดังนั้นน้ำมันมะเยาหลวงอาจจะไม่เหมาะสมในการนำมาผลิตไบโอดีเซล นอกเสียจากจะทำให้ปริมาณของค่าไอโอดีนและ ค่าความหนืดให้ลดลงให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก่อนการนำมาผลิต