ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การปรับสภาพฟางข้าวเพื่อการผลิตเอทานอลโดยวิธีการย่อยสลายและหมักแบบต่อเนื่อง
Library Call : PJ.2550 / 4033
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : จากปัญหาด้านพลังงานซึ่งเป็นปัญหาที่นับวันจะยิ่งน่าเป็นห่วงอันเนื่องมาจากปัญหาน้ำมันแพงบนโลกกำลังจะหมดไปภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ จึงได้มีการคิดค้นแหล่งพลังงานทดแทนใหม่มาใช้และพลังงานเชื้อเพลิงที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ คือ เอทานอล (Ethanol) ในการทดลองนี้ จึงสนใจที่จะศึกษาการปรับสภาพฟางข้าวซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบที่เหลือใช้ทางการเกษตร มาใช้ในการผลิตเอทานอลโดยผ่านกระบวนการย่อยสลายและหมักแบบต่อเนื่อง Simultaneous Saccharification and Fermentation (SSF) โดยทดลองการปรับสภาพฟางข้าวใน 3 สภาวะ คือ ด่าง กรด และ ความร้อน ได้แก่ 10%โซดียมไฮดรอกไซด์ 5% กรดไตรฟลูออโรแอซีติก และไมโครเวฟพลังงานไฟฟ้า 600 วัตต์ เป็นเวลา 10 นาที ตามลำดับ โดยผลการศึกษาพบว่าเมื่อทำการผลิตเอนไซม์เซลลูเลสด้วยเชื้อรา Trichoderma reesei ในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีแอลฟา เซลลูโลส เป็นแหล่งคาร์บอน เป็นระยะเวลา 7 วัน ที่อุณหภูมิห้อง พบว่าเอนไซม์ที่ได้มีค่ากิจกรรมของเอนไซม์เอกโซกลูคาเนส , เอนโดกลูคาเนส และ เบต้า-กาแลกโตซิเดส เท่ากับ 0.1560 , 0.0745 และ 0.0396 ยูนิตต่อมิลลิลิตร เมื่อนำเอนไซม์เซลลูเลสที่ผลิตได้จากเชื้อรา Trichoderma reesei ฟางข้าว และ เชื้อยีสต์ Kluyveromyces marxianus มาใส่ในขวดเขย่าโดยใช้กระบวนการย่อยสลายและหมักแบบต่อเนื่อง Simultaneous Saccharification and Fermentation (SSF) พบว่าหลังจากการหมัก 5 และ 7 วัน ของการปรับสภาพด้วย 10% โซเดียมไฮดรอกไซด์ มีปริมาณเอทานอลเท่ากับ 1.2116 และ1.5149 ร้อยละโดยปริมาตร ตามลำดับ ส่วนการปรับสภาพด้วย 5% กรดไตรฟลูออโรแอซิติกพบว่าหลังการหมัก 5 วัน และ 7 วัน มีปริมาณเอทานอลเท่ากับ 0.7145 และ 1.4525 ร้อยละโดยปริมาตร ตามลำดับ ในส่วนการปรับสภาพด้วยความร้อนจากคลื่นไมโครเวฟ พบว่าหลังการหมัก 5 วัน และ 7วัน มีปริมาณเท่ากับ 0.0588 และ 0.0343 ร้อยละโดยปริมาตร ตามลำดับ จากผลการทดลองพบว่าการปรับสภาพฟางข้าวด้วย 10%โซเดียมไฮดรอกไซด์ โดยการหมักเป็นเวลา 7 วันได้ปริมาณเอทานอลมากที่สุดคือ 1.5149 ร้อยละโดยปริมาตร