ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การใช้ประโยชน์ของพลังงานแสงอาทิตย์กับอุตสาหกรรมการอบแห้งอาหาร ในประเทศไทย
Library Call : วิทยานิพนธ์
สถานที่ตั้งห้องสมุด : หอสมุดกลาง สำนักงานวิทยทรัพยาก
ตัวอย่างบทคัดย่อ : วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีความมุ่งหมายเพื่อการศึกษาการใช้ประโยชน์ของพลังงานแสงอาทิตย์กับอุตสาหกรรมการอบแห้งอาหารในประเทศไทย อันจะเป็นการประหยัดพลังงาน เช่น พลังงานจากน้ำมัน และเป็นแนวทางในการประยุกต์นำไปใช้ในทางปฏิบัติกับอุตสาหกรรมดังกล่าว การศึกษาได้กำหนดขอบเขตไว้ดังนี้ 1. ศึกษาเฉพาะโรงงานอบพืชและไซโลที่ได้เลือกมาเป็นตัวอย่างเพียงโรงงงานเดียวอันมีข้าวโพดเป็นผลิตภัณฑ์หลักเป็นอย่างเดียว 2. ศึกษาเฉพาะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้แผงรับแสงอาทิตย์ในการอุ่นอากาศก่อนจะเข้าระบบความร้อนหลัก ด้วยเหตุที่แผงรับแสงอาทิตย์เป็นส่วนสำคัญที่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงถึง 50% โดยประมาณของเงินลงทุนทั้งหมด และเป็นส่วนที่กำหนดค่าใช้จ่ายโดยตรงต่อพลังงานความร้อนที่ได้รับ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาโดยละเอียดในส่วนของแผงรับแสงอาทิตย์ทั้งชนิดที่ไม่มีกระจกปิดกั้น 1 แบบ และที่มีกระจกปิดกั้น 1 ชั้น 2 แบบ โดยที่ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ไม่มีการใช้หน่วยเก็บสะสมความร้อน การศึกษาจะกระทำโดยการออกแบบระบบผลิตอากาศร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ให้ทำงานร่วมกับระบบผลิตอากาศร้อนของโรงงาน โดยกำหนดชนิดและคุณสมบัติของแผงรับแสงอาทิตย์ต่างๆ กัน เพื่อที่จะหาแบบที่จะให้ค่าใช้จ่ายทางพลังงานความร้อนต่ำที่สุด ทำการจำลองแบบทางคณิตศาสตร์ของระบบผลิตอากาศร้อนร่วมกันของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานความร้อนจากน้ำมันเพื่อใช้ในการอบแล้ว ทำการคำนวณประมวลผลจากแบบจำลองโดยผ่านทางการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ นำผลที่ได้มาใช้ในการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของระบบผลิตอากาศร้อนร่วมและระบบผลิตอากาศร้อนจากน้ำมันทั้งหมด โดยการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในระบบรับพลังงานแสงอาทิตย์ต่อหน่วยความร้อนที่ได้จากระบบในการออกแบบต่างๆ กับค่าใช้จ่ายต่อหน่วยความร้อนที่ได้จากน้ำมัน ผลจากการศึกษาพบว่าระบบผลิตอากาศร้อนร่วมไม่สามารถจะมีความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เพราะช่วงระยะเวลาเพียง 3 เดือน ใน 1 ปี ค่าใช้จ่ายของพลังงานแสงอาทิตย์จะสูงถึง 0.2579 บาท/เมก.จูลล์ แม้ว่าราคาของน้ำมันจะขึ้นโดยประมาณ 10% ต่อปี ก็ตามการลงทุนในโครงการดังกล่าวจะทำให้ขาดทุนถึง 50,767 บาท ต่อปี ตลอดระยะเวลา 15 ปี ของอายุการใช้งานของระบบรับพลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนระยะเวลาในการคืนทุนของโครงการนั้นไม่สามารถจะกำหนดได้เพราะแม้จะหมดอายุการใช้งานแล้ว ผลการตอบแทนก็ยังไม่คุ้มทุน เมื่อคิดในส่วนของอัตราผลตอบแทนประมาณว่าเพียง 9.48 ต่อปีเท่านั้น ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้โดยทั่วไปเท่ากับ 16.5% ต่อปี จึงได้ทำการเสนอแนะว่าควรที่จะพยายามหาทางใช้ประโยชน์จากระบบรับพลังงานแสงอาทิตย์ให้มากขึ้นโดยการจัดหาเมล็ดพันธ์พืชชนิดอื่นที่ต้องการอบแห้งในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูของการอบเมล็ดข้าวโพด และจากการศึกษาประมาณว่าถ้าขยายเวลาในการใช้ประโยชน์เป็น 5 เดือน หรือมากกว่าใน 1 ปี ก็จะทำให้ระบบผลิตอากาศร้อนร่วมมีความสามารถจะเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์