ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : แกซิฟิเคชันร่วมด้วยไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ของถ่านหินกับชีวมวล
Library Call : PJ.2554 / 5945
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : Sci projectการทำแกซิฟิเคชันร่วมระหว่างชีวมวลกับถ่านหินเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพื่อที่จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงแข็งให้เป็นเชื้อเพลิงในรูปแก๊ส ในงานวิจัยนี้ การทดลองแกซิฟิเคชันได้ใช้เครื่องผลิตแก๊สชนิดเบดนิ่งที่ความดันบรรยากาศ เพื่อที่จะตรวจสอบผลของอัตราส่วนระหว่างชีวมวลกับถ่านหินและอุณหภูมิต่อการทำแกซิฟิเคชันร่วมแบบใช้ไอน้ำ นอกจากนี้การทำแกซิฟิเคชันภายใต้บรรยากาศการทำแกซิฟิเคชันที่ต่างกัน ไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถูกนำมาทดสอบ ในการทำแกซิฟิเคชันร่วมแบบใช้ไอน้ำจะใช้ไอน้ำเป็นสารที่เข้าทำปฏิกิริยาในขณะที่ไนโตรเจนถูกใช้เป็นแก๊สตัวพา โดยที่อ้อย (ยอดและใบ) ฟางข้าวและกระถินยักษ์จะถูกนำมาผสมกับถ่านหินชนิดซับบิทูมินัสที่อัตราส่วนชีวมวลต่อถ่านหิน 0:100 (ถ่านหินบริสุทธิ์) 8:92 (ชีวมวลร้อยละ 8) 15:85 (ชีวมวลร้อยละ 15) 30:70 (ชีวมวลร้อยละ 30) และ 100:0 (ชีวมวลบริสุทธิ์) ที่อุณหภูมิ 750 องศาเซลเซียสและ 850 องศาเซลเซียส และสำหรับการทำแกซิฟิเคชันร่วมแบบใช้คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์จะถูกใช้เป็นสารร่วมทำปฏิกิริยาส่วนชีวมวลและอุณหภูมิที่ใช้ในการทดลองจะใช้อ้อยที่อุณหภูมิ 850 องศาเซลเซียส เท่านั้น แก๊สที่ผลิตได้จะถูกนำไปวิเคราะห์โดยใช้เครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี ในการทดลองการทำแกซิฟิเคชันร่วมแบบใช้ไอน้ำ เมื่อเพิ่มอัตราส่วนชีวมวลทุกชนิดในของผสมร้อยละของคาร์บอนที่เปลี่ยนเป็นแก๊สจะเพิ่มขึ้น แต่ร้อยละของคาร์บอนที่เปลี่ยนเป็นถ่านชาร์และน้ำมันดิน (tar) จะลดลง ปริมาณของไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์จะลดลงและคาร์บอนมอนออกไซด์จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ปริมาณมีเทนจะไม่ขึ้นกับอัตราส่วนที่เปลี่ยนไป เมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นจาก 750 องศาเซลเซียสเป็น 850 องศาเซลเซียส ร้อยละของคาร์บอนที่เปลี่ยนเป็นแก๊สจะเพิ่มขึ้น ส่วนปริมาณของไฮโดรเจนและคาร์บอนมอนออกไซด์จะเพิ่มขึ้นและปริมาณมีเทนจะลดลงในขณะที่ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จะไม่ขึ้นกับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น สำหรับการทำแกซิฟิเคชันร่วมแบบใช้คาร์บอนไดออกไซด์ ร้อยละของคาร์บอนที่เปลี่ยนเป็นแก๊สจะมีค่าสูงกว่าการทำแกซิฟิเคชันแบบใช้ไอน้ำที่ทุกอัตราส่วนชีวมวลในของผสมยกเว้นที่อัตราส่วน 8:92 และ 30:70