ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การขจัดกำมะถันในถ่านหินโดยใช้สารประกอบโลหะอินทรีย์ 
Library Call : PJ.2535 / 1318  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ถ่านหินเป็นแหล่งงานที่สำคัญในอุตสาหกรรมปัจจุบัน เนื่องจากถ่านหินหาได้ง่ายในประเทศไทย ราคาถูกกว่าแหล่งพลังงานอื่นๆ และยังให้พลังงานความร้อนที่สูง แต่การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงมักเป็นตัวก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศได้มาก ทั้งนี้เพราะเมื่อทำการเผาไหม้ ถ่านหินแล้วได้ก๊าซที่เป็นพิษ คือ SO(2) ซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์ และสามารถกัดกร่อนสิ่งก่อสร้างต่างๆ จึงมีการศึกษากระบวนการกำจัดกัมมะถัน ออกจากถ่านหิน ที่จำนำไปใช้งาน โดยสามารถใช้สารเคมีหลายประเภท ที่มีคุณสมบัติ ในการกำจัดกำมะถัน ในงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการลดกำมะถัน โดยใช้สาระลาย Sodium Butoxide เป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงและยังนำกับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย การกลั่นแยกเอา Butanol ออกเพราะว่าเป็นสารที่มีราคาแพง ในงานวิจัยนี้ทำการทดลองเปรียบเทียบผลการลด กำมะถันโดยใช้ NaOH 1%wt ถ่านหินตัวอย่างที่ใช้ได้มาจากเหมืองถ่านหินแม่เมาะ มีปริมาณกำมะถันสูง 6.7% และปริมาณสัดส่วนของถ่านหินที่ใช้ทำการทดลองต่อสารละลาย คือ ถ่านหิน 40 กรัม ต่อ สารละลาย 300 ml. จากผลการทดลอง สามารถสรุปได้ดังนี้ คือ 1) สภาวะที่เหมาะสมในการลดกำมะถันในถ่านหิน เมื่อใช้สารละลาย Sodium Butoxide คือ อุณหภูมิ 120 องศา เวลา 30 นาที และขนาดของถ่านหิน 300 - 600 มม. (ขนาดของถ่านหินและความเร็วรอบของการกวนไม่มีผลต่อการลดซัลเฟอร์) 2) เมื่อทำการวิเคราะห์ถ่านหินที่ผ่านการทำปฏิกิริยากับสารละลาย Sodium Butoxide แล้วพบว่า การลดกำมะถัน เท่ากับ 17.73% การลดเถ้า เท่ากับ 17.91 % และการเพิ่มความร้อน เท่ากับ 5.69% เมื่อนำผลการวิเคราะห์มาเปรียบเทียบกับการใช้สารละลาย NaOH 1%wt กำกัดกำมะถันในถ่านหิน โดยใช้สภาวะที่เหมือนกันกับ Sodium Butoxide พบว่าการใช้ NaOH ให้ประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า สามารถลดซัลเฟอร์ได้เพียง 9.05% ซึ่งถ้าต้องการใช้ NaOH มาทำการลดกำมะถันให้ได้ผลดี อาจต้องทำปฏิกิริยาที่อุณหภูมิสูงถึง 150 - 200 องศาเซสเซียส ในขณะที่ถ้าใช้ Sodium Butoxide อุณหภูมิที่ใช้เพียง 120 องศาเซสเซียส ก็สามารถลดซัลเฟอร์ได้มากกว่า