ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การบำบัดเชิงชีวภาพของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่ปนเปื้อนในน้ำทะเลชายฝั่งโดยแบคทีเรียตรึงบนโฟมพอลิยูริเธน 
Library Call : วพ.2553 / 6216  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ส่วนกากตะกอนน้ำมันดิบทีนำมาทดสอบผสมกับวัสดุประสานทั้ง 3 ชนิด พบว่า ปูนซิเมนต์และปูนขาวผสดปูนซิเมนต์ที่อัตราส่วนผสมต่อน้ำหนักกากตะกอนน้ำมันดิบ เท่ากับร้อยละ 110 และ 140 สามารถทำให้ก้อนแข็งที่ได้ผ่านเกณฑ์ทดสอบกำลังรับแรงอัด (14 กก./ตร.ซม.) ได้ แต่ในการทดสอบความเข้มข้นของโลหะหนักในน้ำชะละลายกลับไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผลการทดสอบหาสัดส่วนผสมที่เหมาะสมที่สุดพบว่า ที่สัดส่วนผสมปูนซีเมนต์ต่อขี้เถ้าเท่ากับร้อยละ 44, 34 และ 16 โดย น้ำหนัก สามารถทำให้ก้อนตัวอย่างของขี้เถ้าหลังการเผาที่อุณหภูมิ 400? ซ 800? ซ และ 1,200? ซ. ผ่านเกณฑ์การทดสอบกำลังรับแรงอัด (14 กก./ตร.ซม.) และเกณฑ์การทดสอบโลหะหนักในน้ำชะละลายตามมาตรฐานกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้โดยมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นตั้งแต่ขั้นตอนขนส่งกากตะกอนน้ำมันดิบจากโรงกลั่นไปเผา ขั้นตอนการทำเสถียรโดยการทำให้เป็นก้อนแข็งจนถึงขั้นคอนการขนส่งก้อนแข็งไปฝังกลรบเท่ากับ 5,182 บาท, 5,621 บาท และ 6,790 บาท ต่อน้ำหนักหนึ่งตัน กากตะกอนน้ำมันดิบสำหรับอุณหภูมิเผาที่ 400? ซ 800? ซ และ 1,200? ซ. ตามลำดับ จากผลการวิจัยประกอบกับการพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำบัดและกำจัดกากตะกอนน้ำมันดิบตั้งแต่จนถึงขั้นสุดท้ายพบว่า วิธีการบำบัดและกำจัดกากตะกอนน้ำมันดิบที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม และประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด คือ การนำกากตะกอนน้ำมันดิบมาเผาที่อุณหภูมิ 400? ซ. และทำให้เป็นก้อนแข็งโดยใช้ปูน ซีเมนต์เป็นวัสดุประสานให้อัตราส่วนร้อยละ 44 ต่อน้ำหนนักขี้เถ้าก่อนที่จะนำไปฝังกลบในหลุมฝังกลบที่ได้มาตรฐานต่อไป