ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : รูปแบบสัญญาณคลื่นไหวสะเทือนจากการวิเคราะห์ด้วยวิธีเอวีโอของกลุ่มความผิดปกติระดับตื้นต่างชนิดบริเวณพื้นที่ศึกษาเขตสัมปทานการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอุบลในอ่าวไทย
Library Call : PJ.2552 / 4851  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ข้อมูลคลื่นไหวสะเทือน นับเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการสำรวจปิโตรเลียมในปัจจุบัน การศึกษากลุ่มความผิดปกติ (Anomaly body) ซึ่งเป็นลักษณะปรากฏของข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนในรูปคลื่นแอมพลิจูดสูงค่าลบ เป็นวิธีหนึ่งในรูปแบบสัญญาณบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของปิโตรเลียมในชั้นหิน แต่เนื่องจากกลุ่มความผิดปกติดังกล่าว สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากชั้นหินที่มีปิโตรเลียมและชั้นหินที่มีน้ำ งานวิจัยนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อหาลักษณะเฉพาะที่แตกต่างของการตอบสนองของข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ตัวอย่างกลุ่มความผิดปกติทั้ง 2 รูปแบบ โดยกำหนดขอบเขตของการศึกษาในกลุ่มความผิดปกติระดับตื้น (ณ ตำแหน่งความลึกน้อยกว่า 1 กิโลเมตร) และเลือกตัวอย่างศึกษาจากหลุมผลิตปิโตรเลียมบริเวณพื้นที่เขตสัมปทานการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอุบลในอ่าวไทย ในการศึกษา ได้เลือกรูปแบบการประมวลผลข้อมูลด้วยวิธี เอวีโอ (AVO – Amplitude Versus Offset) ใน 3 ลักษณะ คือ Intercept time – Gradient cross plotting, Incident angle – Reflection coefficient cross plotting, และ Near angle stack – Far angle stack cross plotting โดยวิเคราะห์ระนาบรอยต่อของชั้นหิน 2 ระนาบ คือ ระนาบรอยต่อของชั้นหินดินดานกับชั้นหินทรายที่มีแก๊ส ได้ผลการวิเคราะห์การตอบสนองของข้อมูลตามมาตรฐานการจัดจำแนกเป็นประเภทที่ 4 และในการวิเคราะห์ Intercept time – Gradient cross plotting ปรากฏผลลัพธ์ในบริเวณ Hydrocarbon zone ซึ่งแสดงถึงการมีอยู่ของปิโตรเลียมในชั้นหิน และสำหรับระนาบรอยต่อของชั้นหินทรายที่มีน้ำกับชั้นหินดินดาน ได้ผลการวิเคราะห์เป็นประเภทที่ 4 เช่นเดียวกัน แต่ในการวิเคราะห์ Intercept time – Gradient cross plotting ปรากฎผลลัพธ์ในบริเวณ Background trend ซึ่งแสดงถึงการมีอยู่ของน้ำในชั้นหิน จากผลการวิเคราะห์ Intercept time – Gradient cross plotting ทำให้ได้ข้อสรุปถึงลักษณะเฉพาะที่แตกต่างของการตอบสนองของข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ตัวอย่างกลุ่มความผิดปกติทั้ง 2 รูปแบบ จากตำแหน่งปรากฏของผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังได้ข้อสรุปถึงประเภทการตอบสนองของข้อมูลได้เป็นประเภทที่ 4 ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ เป็นชั้นหินที่มีค่าความพรุนสูง สอดคล้องกับลักษณะทางธรณีวิทยาของลำดับชั้นหิน ณ ตำแหน่งความลึกที่ศึกษาซึ่งเป็นระดับตื้น กล่าวคือ ผลจากการอัดแน่นที่น้อยกว่า ทำให้ปริมาณช่องว่างในชั้นหินยังคงอยู่มาก ค่าความพรุนจึงสูงกว่าเมื่อเทียบกับชั้นหินที่อยู่ลึกลงไป