ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : ลักษณะเฉพาะของหินต้นกำเนิดปิโตรเลียมและการสร้างแบบจำลองแอ่งสะสมตะกอนของแอ่งเมอร์กุย ทะเลอันดามัน ประเทศไทย
Library Call : วพ.2553 / 5869 
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : แอ่งเมอร์กุย เป็นแอ่งสะสมตะกอนยุคเทอร์เชียรีในทะเลอันดามันฝั่งตะวันตกของประเทศไทย การสำรวจปิโตรเลียมในแอ่งเมอร์กุยยังไม่พบแหล่งปิโตรเลียมที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ที่ผ่านมาการศึกษาเน้นความสนใจไปที่หินกักเก็บและโครงสร้างกักเก็บแต่ยังไม่ได้เน้นการศึกษาด้านหินต้นกำเนิดปิโตรเลียม การศึกษานี้จึงเน้นศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนธรณีเคมีของหินต้นกำเนิดปิโตรเลียม และการสร้างแบบจำลองการสะสมตัวของแอ่งเมอร์กุย เพื่อเพิ่มความเข้าใจระบบปิโตรเลียมของแอ่งเมอร์กุยให้ดียิ่งขึ้น การศึกษาครั้งนี้ได้นำตัวอย่างเศษชิ้นหินจากหลุมเจาะจำนวน 7 หลุม (Kra Buri-1, Kantang-1A, Thalang-1, W9-A-1, Mergui-1, W9-D-1 และ W9-E-1) มาวิเคราะห์ธรณีเคมีหินต้นกำเนิดปิโตรเลียม ประกอบด้วย TOC, Rock-Eval Pyrolysis และ Vitrinite Reflectance เพื่อหาปริมาณถ่านอินทรีย์รวม ชนิดของสารอินทรีย์ในหินต้นกำเนิด และความพร้อมในการให้ปิโตรเลียม ผลการวิเคราะห์ที่ได้เมื่อนำไปรวมกับข้อมูลการศึกษาในอดีตโดยบริษัทน้ำมัน พบว่าปริมาณถ่านอินทรีย์ที่มีอยู่ในหินส่วนใหญ่ในแอ่งเมอร์กุยมีศักยภาพในการเป็นหินต้นกำเนิดน้อยถึงปานกลาง มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มีศักยภาพอยู่ในช่วงดีหรือดีมากแต่ปรากฏเป็นชั้นบางๆ ชนิดของสารอินทรีย์ในหินตัวอย่างพบเป็น Type III และ Type II/III (Type III SEA) เป็นส่วนใหญ่ ระบุได้ว่าปิโตรเลียมที่ได้จะเป็นแก๊สธรรมชาติเป็นหลักโดยมีโอกาสพบน้ำมันและคอนเดนเสทร่วมด้วย หินที่มีศักยภาพเป็นหินต้นกำเนิดส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะให้ปิโตรเลียม (immature) ผลการสร้างแบบจำลองแอ่งสะสมตะกอนของหลุม Kra Buri-1, W9-E-1 และ Thalang-1 พบว่าหินต้นกำเนิดจะมีความพร้อมให้กำเนิดปิโตรเลียมที่ความลึก 9,500 ถึง 10,000 ฟุต เริ่มกำเนิดเมื่อ 7 ล้านปีที่ผ่านมาในส่วนตื้นของแอ่ง (หลุม Kra Buri-1) และ 17 ล้านปีที่ผ่านมาในส่วนลึกของแอ่ง (หลุม W9-E-1)