ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : สารทำเครื่องหมายสำหรับน้ำมันปิโตรเลียมจากคาร์ดานอล
Library Call : วพ.2549 / 4451 
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ได้พัฒนาสารทำเครื่องหมายชนิดใหม่และวิธีการตรวจวัดที่ง่าย รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสำหรับใช้ติดตามน้ำมันปิโตรเลียม สารทำเครื่องหมายสำหรับน้ำมันปิโตรเลียมนี้เตรียมจากคาร์ดานอลและแบ่งได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกประกอบด้วยสารทำเครื่องหมายประเภทเอโซซึ่งสังเคราะห์โดยปฏิกิริยาคู่ควบของ 2-ไนโตรคาร์ดานอลกับแอนิลีนและอนุพันธ์ สารทำเครื่องหมายประเภทเอโซนี้มีสมบัติการละลายในน้ำมันดีเซลและเบนซินดี และไม่ให้สีที่สามารถเห็นได้ในน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวที่ระดับความเข้มข้น 5 ส่วนในล้านส่วน สารทำเครื่องหมายนี้จะให้สีเด่นชัดเมื่อทำปฏิกิริยากับรีเอเจนท์ที่เหมาะสม เกิดเป็นของผสมเนื้อเดียวกันที่คงตัว ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์เชิงคุณภาพ และปริมาณสารทำเครื่องหมายได้ด้วยเครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ รีเอเจนท์ดังกล่าวมีเบนซิลไตรเมทิลแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ เมทานอลและ 1-เฮกซานอล เป็นองค์ประกอบ กลุ่มที่สองคือสารทำเครื่องหมายประเภทเรืองแสงซึ่งเป็นอนุพันธ์คูมาริน เตรียมได้โดยปฏิกิริยาคอนเดนเซชันของคาร์ดานอลกับเอทิลอะซีโตอะซีเทต สารทำเครื่องหมายเรืองแสงนี้ถูกนำมาเติมลงในน้ำมันดีเซลและเบนซินที่ระดับความเข้มข้น 100 ส่วนในล้านส่วน สารทำเครื่องหมายเรืองแสงนี้รวมตัวได้ดีกับน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว เช่นเดียวกับสารทำเครื่องหมายประเภทเอโซ เทคนิคฟลูออเรสเซนต์สเปกโตรสโกปีถูกนำมาใช้วิเคราะห์เชิงคุณภาพและปริมาณ สารทำเครื่องหมายด้วยเครื่องสเปกโตรฟลูออโรมิเตอร์ สเปกตรัมฟลูออเรสเซนต์ของน้ำมันดีเซลที่มีสารทำเครื่องหมายนี้ แสดงพีคของสารทำเครื่องหมายที่ความยาวคลื่น 312 นาโนเมตร เมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงอุลตร้าไวโอเลตที่มีความยาวคลื่น 267 นาโนเมตร ส่วนสเปกตรัมฟลูออเรสเซนต์ของน้ำมันเบนซินที่มีสารทำเครื่องหมายนี้ แสดงพีคของสารทำเครื่องหมายที่ความยาวคลื่น 333 นาโนเมตร ภายใต้แสงอุลตร้าไวโอเลตที่มีความยาวคลื่น 300 นาโนเมตร สำหรับสารทำเครื่องหมายทั้งสองกลุ่มนั้น การทดสอบสมบัติทางกายภาพด้วยวิธีการตามเอเอสทีเอ็มชี้ให้เห็นว่า สมบัติทางกายภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมสารทำเครื่องหมาย ไม่แตกต่างจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้เติมสารทำเครื่องหมาย นอกจากนี้ ได้ศึกษาความคงตัวของสารทำเครื่องหมายในน้ำมันเชื้อเพลิง และพบว่าสารทำเครื่องหมายคงตัวในระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน