ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การเปลี่ยนเอทานอลเป็นโอเลฟินส์เบาโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดิไนต์ 
Library Call : วพ.2547/3701 
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดิไนต์ที่มีโลหะได้จากการนำมอร์ดิไนต์จากธรรมชาติมากำจัดอะลูมิเนียมด้วยกรดและปรับปรุงสมบัติด้วยการเติมโลหะ ทำการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ของตัวเร่งปฏิกิริยาเหล่านี้ด้วยเทคนิค FT-IR, XRF, XRD และ TGA ใช้ตัวเริ่งปฏิกิริยาเหล่านี้ในการศึกษาการเปลี่ยนรูปของเอทานอลและเอทานอลเจือจางไปเป็นโอเลฟินส์เบา ศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อปฏิกิริยา ได้แก่ อุณหภูมิ การเจือจางด้วยน้ำ วิธีการเติมโลหะลงในตัวเร่งปฏิกิริยา การผสมสารเจือจาง (อลูมินา) เพื่อลดปริมาณการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา และปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยา การทดลองในภาวะที่อุณหภูมิ 350 องศาเซลเซียส เวลาในการทำปฏิกิริยา 1 ชั่วโมง ความเข้มข้นของเอทานอล 10 เปอร์เซ็นต์ ความเร็วเชิงสเปซ 1 ต่อชั่วโมง และน้ำหนักตัวเร่งปฏิกิริยา 1 กรัม พบว่าตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดีไนต์/โลหะทุกชนิด ให้เอทิลีนเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ที่อุณหภูมิต่อ (350 องศาเซลเซียส) ให้ความจำเพาะต่อเอทิลีนมากกว่าที่อุณหภูมิสูง (550 องศาเซลเซียส) เมื่อเจือจางเอทานอลด้วนน้ำให้มีความเข้มข้น 10.0 เปอร์เซ็นต์ ให้ความจำเพาะต่อเอทิลีนสูงขึ้น วิธีการเติมโลหะเดี่ยวและโลหะผสมลงในมอร์ดิไนต์มีสองวิธีคือ การแลกเปลี่ยนไอออนในสภาพของแข็ง และวิธีผังตัว ในตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดิไนต์/โลหะผสมที่ทดสอบ พบว่าตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดิไนต์/เงิน-สังกะสี ซึ่งเตรียมโดยวิธีการผังตัว ให้ความจำเพาะต่อเอทิลีนสูงสุด (98.0%) ตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดิไนต์/โลหะผสมทุกชนิด ให้ความจำเพาะต่อเอทิลีนมากกว่าตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดินต์/โลหะเดี่ยว สามารถลดปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยาลงได้โดยผสมกับอลูมินา ซึ่งพบว่าความจำเพาะต่อเอทิลีนลดลงเล็กน้อย สำหรับตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดิไนต์/นิกเกิล 1 เปอร์เซ็นต์ ให้ความจำเพาะต่ออีเทนมากที่สุด เนื่องจากความสามารถในการเกิดไฮโดรจิเนชัน เมื่อเพิ่มปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา ความจำเพาะต่อมีเทนเพิ่มขึ้น ตัวเร่งปฏิกิริยามอร์ดิไนต์/โลหะ ที่ศึกษาในงานนี้ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับตัวเร่งปฏิกิริยา ZSM-5 นอกจากนี้ ตัวเร่งปฏิกิริยาสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้