ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : สารต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากเปลือกเมล็ดมะขาม Tamarindus indica และการประยุกต์ในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนัง
Library Call : วพ.2551 / 5186
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดในเมทานอลจากเปลือกเมล็ดมะขามชนิดหวาน ได้แก่ “ศรีชมภู” “สีทองหนัก” “สีทองเบา” และ “ขันตี” และชนิดเปรี้ยว ได้แก่ “เปรี้ยวยักษ์” ที่ปลูกในจังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย สำหรับการหาปริมาณสารประกอบฟีนอลได้หาปริมาณฟีนอลทั้งหมด ปริมาณแทนนินและปริมาณโปรแอนโธไซยานิดิน พบว่าสารสกัดจากเปลือกเมล็ดมะขามชนิดหวาน “สีทองเบา” และ “ขันตี” มีปริมาณฟีนอลทั้งหมดสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) สารสกัดจากเปลือกเมล็ดมะขามทั้งชนิดหวานและชนิดเปรี้ยวมีปริมาณแทนนินสูง โดย “เปรี้ยวยักษ์” มีปริมาณแทนนินสูงสุด สำหรับโปรแอนโธไซยานิดินพบว่ามีปริมาณน้อยในสารสกัดเรียงตามลำดับดังนี้ “ขันตี” = “สีทองเบา” > “เปรี้ยวยักษ์” = “สีทองหนัก” > “ศรีชมภู” ในการวิเคราะห์หาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระใช้วิธีต่างๆดังนี้คือ reducing power ฤทธิ์ต้านลิปิดเปอร์ออกซิเดชัน ความสามารถในการจับอนุมูลไฮดรอกซี และความสามารถในการจับอนุมูล 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) โดยฤทธิ์ reducing power ของสารสกัดจากสายพันธุ์ “เปรี้ยวยักษ์” และ “สีทองเบา” เพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้นเพิ่มขึ้น ฤทธิ์ต้านลิปิดเปอร์ออกซิเดชันของสารสกัดทุกชนิดมีลักษณะเปลี่ยนแปลงตามความเข้มข้น สารจาก “สีทองเบา” สามารถยับยั้งลิปิดเปอร์ออกซิเดชันได้ดีโดยเฉพาะที่ความเข้มข้น 100-500 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และค่า EC?? ของสารจาก “สีทองเบา” (62.19?7.13 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร) ต่ำกว่าาวิตามินซี (263.93?8.03 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร) ที่ใช้เป็นตัวควบคุม อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ในขณะที่สารจาก “เปรี้ยวยักษ์” ยับยั้งลิปิดเปอร์ออกซิเดชันน้อยที่สุดที่ความเข้มข้น 10 ถึง 500 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร มะขามทุกสายพันธุ์มีฤทธิ์จับอนุมูลไฮดรอกซีได้ดีแต่น้อยกว่า Butylated hydroxyanisole ที่ใช้เป็นตัวควบคุมโดยฤทธิ์ดังกล่าวในหน่วยไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรที่ความเข้มข้นของสารสกัด 500 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรสามารถเรียงตามลำดับดังนี้ “Butylated hydroxyanisole” (94.65 ? 1.41) > “สีทองเบา” (77.54 ? 4.81) > “เปรี้ยวยักษ์” (76.47 ? 1.41) > “ขันตี” (73.26 ? 1.93) > “สีทองหนัก” (68.45 ? 0.53) > “ศรีชมภู” (60.96 ? 0.53) ค่า EC?? สำหรับฤทธิ์จับอนุมูลไฮดรอกซีของสารสกัดจากเปลือกเมล็ดมะขาม มีความสัมพันธ์แบบผกผันกับปริมาณฟีนอลทั้งหมดและปริมาณโปรแอนโธไซยานิดิน อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) สารสกัดจากเปลือกเมล็ดมะขามทุกชนิดมีฤทธิ์จับอนุมูล DPPH ที่ดี โดยสายพันธุ์ “ขันตี” มีฤทธิ์จับอนุมูล DPPH ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสารสกัดจากสายพันธุ์อื่น นอกจากนี้ค่า EC?? สำหรับฤทธิ์จับอนุมูล DPPH ของ “ขันตี” (70.10 ? 1.75 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร) และวิตามินซี (138.29 ? 5.54 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร) ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p ? 0.05) ในส่วนการประยุกต์ได้นำสารสกัดเปลือกเมล็ดมะขาม “สีทองเบา” มาใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติในการเตรียมผลิตภัณฑ์เจลสำหรับใช้ภายนอก ซึ่งเตรียมจากสารสกัดเปลือกเมล็ดมะขาม (TSCE) โดยใช้เจลพอลิแซ็กคาไรด์จากเปลือกทุเรียน (PG) หรือพอลิแซ็กคาไรด์จากเนื้อในเมล็ดมะขาม (TSP) เป็นสารก่อเจล จากการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพรวมทั้งความหนืด ความเป็นกรด-ด่างและพฤติกรรมการไหลของผลิตภัณฑ์เจล พบว่าผลิตภัณฑ์เจล TSCE-PG มีคุณสมบัติเป็นที่น่าพอใจมากกว่าผลิตภัณฑ์เจล TSCE-TSP จากการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งลิปิดเปอร์ออกซิเดชันของผลิตภัณฑ์เจล TSCE-PG พบว่าฤทธิ์ต้านลิปิดเปอร์ออกซิเดชันของผลิตภัณฑ์เจลเพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัดจากเปลือกเมล็ดมะขามในผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น การทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์เจลในสภาวะเร่งพบว่า ที่อุณหภูมิ 45 ? มีผลทำให้ฤทธิ์ต้านลิปิดเปอร์ออกซิเดชันของผลิตภัณฑ์ลดลง