ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การคัดเลือกแลกติกแอซิดแบคทีเรียที่สร้างแบคเทอริโอซินจากแหนมเพื่อยับยั้งแบคทีเรียก่อโรค
Library Call : วพ.2551 / 5026
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : คัดเลือกแลกติกแอซิดแบคทีเรียที่สามารถสร้างแบคเทอริโอซินจาก 107 ไอโซเลตที่แยกได้จากแหนม 20 ตัวอย่าง ที่ผลิตจากบริษัทสุทธิลักษณ์ อินโนฟู้ด จำกัด โดยวิธี agar spotted test และ agar well diffusion. มีเพียง 34 ไอโซเลต ที่สร้างแบคเทอริโอซินยับยั้ง Staphylococcus aureus. ไอโซเลต NSL13-2, NSL1-4 และ NSL5-2 สามารถยับยั้ง S. aureus ได้มากที่สุด เมื่อนำมาศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยา ลักษณะทางชีวเคมีโดย ใช้ API 50 CHL (BioM?rieux, France) และการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน 16S rDNA พบว่าทั้ง 3 ไอโซเลต คือ Pediococcus pentosaceus, Weissella cibaria และ Enterococcus gilvus ตามลำดับ. การยับยั้งแบคทีเรียก่อโรค 104 CFUml-1 พบว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเพาะเลี้ยงร่วมกับ P. pentosaceus 106 CFUml-1 ในอาหารเลี้ยงเชื้อเหลว MRS โดย S. aureus, Listeria monocytogenes และ Salmonella Typhimurium ถูกยับยั้งสมบูรณ์หลังจากการบ่ม 12 ชั่วโมง ในขณะที่ Bacillus cereus และ Escherichia coli ถูกยับยั้งสมบูรณ์หลังจากการบ่ม 8 และ 16 ชั่วโมง ตามลำดับ. ศึกษาอิทธิพลของภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญ และการผลิตแบคเทอริโอซินของ P. pentosaceus พบว่า P. pentosaceus เจริญสูงสุดเมื่อเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อเหลว MRS ที่ค่าความเป็นกรด-ด่าง 8.0 และบ่มที่ 30 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง. แบคเทอริโอซินผลิตสูงสุดเมื่อ P. pentosaceus เพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อเหลว MRS ที่เติม NaCl 3% (น้ำหนักต่อปริมาตร) ช่วงพิสัยของอุณหภูมิ 25 -37 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรด-ด่าง 6.0-9.5 และเวลาการบ่มที่ 12 หรือ 24 ชั่วโมง เป็นภาวะที่เหมาะสมต่อการผลิตแบคเทอริโอซิน. เมื่อนำ P. pentosaceus มาประยุกต์ใช้เป็นหัวเชื้อสำหรับการเตรียมแหนมเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคในตัวอย่างอาหาร จากผลการทดลองพบว่า S. aureus, B. cereus และ S. Typhimurium ถูกยับยั้งสมบูรณ์ในแหนมที่เติมทั้ง P. pentosaceus 106 CFUg-1 และ แบคทีเรียก่อโรค 104 CFUg-1 หลังจากระยะเวลาการหมักที่ 120, 24 และ 120 ชั่วโมง ตามลำดับ ในขณะที่ L. monocytogenes และ E. coli พบว่ามีปริมาณลดลงเหลือเพียง 2.26 และ 3.23 log CFU ณ วันสุดท้ายของการหมัก ดังนั้นสามารถนำ P. pentosaceus มาใช้เป็นหัวเชื้อในการเตรียมแหนมเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากแบคทีเรียก่อโรคที่ปนเปื้อนจากวัตถุดิบ และระหว่างกระบวนการผลิตแหนมได้