ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : ฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียของเจลพอลิเซ็กคาไรด์จากเปลือกผลทุเรียนต่อเชื้อที่แยกได้จากเต้านมอักเสบในโคนม
Library Call : วพ48/1071
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะเภสัชศาตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : การศึกษาคุณสมบัติการต้านเชื้อแบคทีเรียของเจลพอลิแซ็กคาไรด์จากเปลือกของทุเรียนเพื่อค้น หาสารชนิดใหม่ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่แยกมาจากเต้านมอักเสบในโคนม สืบเนื่องมาจากข้อจำกัดและความต้องการที่จะลดการปนเปื้อนของยาปฏิชีวนะในฟาร์มโคนมและคาดว่าจะสามารถใช้สารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ได้มาจากสารธรรมชาติทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ โดยทำการทดสอบกับแบคทีเรียที่แยกได้จากเต้านมอักเสบของโคนม 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วย Staphylococcus spp. 42 isolates, Streptococus spp. 34 isolates, E coli 13 isolate, K. pneumonia 5 isolates และ Psoudomonas spp. 15 isolates. จากการทดสอบความไวของแบคทีเรียในหลอดทดลองโดยเทคนิค agar diffusion พบว่าเจลพอลิแซ็กคาไรด์ที่ความเข้มข้นต่างๆจะให้ขนาดของวงใสมีขอบเขตที่คมและชัดเจนบนอาหารวุ้น แสดงความแรงตามลำดับในการยับยั้งแบคทีเรียของเจลพอลิแซ็กคาไรด์ คือ 5>2.5>1.25>0.625>0.312% Staphylococcus spp. และ Streptococcus spp. เป็นเชื้อที่ไวต่อการยับยั้งให้ clear zone ที่ใหญ่ที่สุด ขณะที่ E. coli เป็นเชื้อที่ไวน้อยที่สุดให้ clear zone ที่เล็กที่สุดพบว่าเกือบทุก เชื้อที่ทดสอบถูกยับยั้งโดยเจลพอลิแซ็กคาไรด์ที่ความเข้มสูง (5% PG) การทดสอบโดยเทคนิค broth microdilutionเพื่อหาปริมาณต่ำสุดของเจลพอลิเซ็กคาไรด์ที่ยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรียแสดงค่าเป็น MBC/MIC โดยเปรียบเทียบกับ gentamicin ผลที่ได้พบว่าเชื้อแบคทีเรียแยกจากเต้านมอักเสบที่ทดสอบทั้งหมดมีความไวต่อเจลพอลิแซ็กคาไรด์มีค่าฌฉลี่ยของ MBC อยู่ในช่วง 12.5-25 mg/ml พบว่าค่า MBC ของเจลพอลิแซ็กคาไรด์ ส่วนใหญ่จะสูงกว่า MIC อยู่ 2 เท่า ผลที่ได้ออกมาชัดเจนว่าเชื้อ isolate ของStaphylococcus spp. มีความไวต่อเจลพอลิแซ็กคาไรด์มากกว่า S. aureus ATCC 25923 และยังพบว่าStreptococus spp.,K. pneumoniaและ Psoudomonas spp.ที่ดื้อต่อ gentamicin (MBC?8?g/ml) มีความไวต่อเจลพอลิแซ็กคาไรด์พบว่าค่า MIC อยู่ในช่วง 12.5-25 mg/ml เมื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อของเจลพอลิแซ็กคาไรด์จากเปลือกทุเรียนพันธุ์ หมอนทอง ชะนี และพันธุ์พื้นเมือง ต่อเชื้อ S. aureusและ E.coliพบว่าเจลพอลิแซ็กคาไรด์จากเปลือกทุเรียนพันธุ์ชะนีและพันธุ์พื้นเมืองให้ผลในการฆ่าเชื้อได้สูงกว่าเจลพอลิแซ็กคาไรด์จากเปลือกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง การประเมินระยะเวลาของทำลายเชื้อแบคทีเรียพบว่าเจลพอลิแซ็กคาไรด์(หมอนทอง)ที่ความเข้มข้นที่ค่า MBC ของแต่ละสายพันธุ์ สามารถฆ่าเชื้อ S.aureus(SP2), S.aureus (SP23)S. aureus ATCC 25923, E. coli(CM49), E. coli (CM85) และ E. coli ATCC 25922 ที่เวลา 8,2, 24, 12, 16 และ 24 ชั่วโมง ตามลำดับ S.aureus (SP23) มีความไวต่อเจลพอลิแซ็กคาไรด์มากกว่า E. coli เนื่องจากที่ค่า MIC (0.312 mg/ml) ของเจลพอลิแซ็กคาไรด์ต่อ S. aureusสามารถทำให้เชื้อลดลงถึง 0% ใน 16 ชั่วโมง ขณะที่ MIC ของเจลพอลิแซ็กคาไรด์ต่อ E. coli มีผลต่อการลดลงของเชื้อตั้งต้นเล็กน้อยโดยยับยั้งได้ 47.46% และพบว่าแบคทีเรียที่เป็น isolate strain จะมีความไวต่อ PG มากกว่า standard strain การศึกษาผลของอุณหภูมิต่อสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียของเจลพอลิแซ็กคาไรด์พันธุ์หมอนทอง พบว่าที่อุณหภูมิ 25 และ 37?C ไม่มีผลต่อฤทธิ์การฆ่าเชื้อของเจลพอลิแซ็กคาไรด์ต่อ S. aureusขณะที่อุณหภูมิ 25?C การทดสอบฤทธิ์ในการฆ่าเชื้ออาจไม่ได้เกิดจากความเป็นกรดของเจลพอลิแซ็กคาไรด์แสดงผลในการยับยั้งเชื้อที่ดีกว่า HClใน MHB แสดงว่าคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้ออาจไม่ได้เกิดจากความเป็นกรดของเจลพอลิแซ็กคาไรด์เพียงอย่างเดียว ขณะที่ใน E. coli ที่ pH 3-4 เจลพอลิแซ็กคาไรด์มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อสูงกว่า HClใน MHB ในการศึกษาผลของ ionic strength โดยการใช้ NaCl 25 และ 100mM พบว่า NaClมีผลลดฤทธิ์ของเจลพอลิแซ็กคาไรด์พันธุ์หมอนทองพบว่า BaCl2 , CaCl2, MgCl2 และ ZnCl2 ที่ความเข้มข้น 10 และ 20 mMมีผลในการลดคุณสมบัติการฆ่าเชื้อแบคทีเรียของเจลพอลิแซ็กคาไรด์ต่อเชื้อ E.coliแต่ไม่มีผลต่อเชื้อ S. aureus ZnCl2มีผลทำให้ฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อของเจลพอลิแซ็กคาไรด์สูงขึ้น จากผลการวิจัยนี้บ่งชี้ว่าเจลพอลิแซ็กคาไรด์มีศักยภาพที่มีประโยชน์ในการประยุกต์ใช้เป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ได้จากเต้านมอักเสบในโคนม