ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : สารต้านราก่อโรคจาก Bacillus sp. N1 ต่อ Curvularia sp. ที่คัดแยกจากปทุมมา
Library Call : วพ.2553 / 5811
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : Bacillus subtilis N1 ที่คัดแยกได้จากดินในจังหวัดกาญจนบุรีมีความสามารถในการยับยั้งการเจริญของ Curvularia sp. ซึ่ง เป็นราก่อโรคใบจุด (โรคจุดสีน้ำตาล) ในปทุมมา งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาภาวะที่เหมาะสมที่สุดต่อการผลิตสารยับยั้งราและการแยกสารให้บริสุทธิ์จากการแปรผันปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อาหารเลี้ยงเชื้อ (NB, LB และ TSB), pH ของอาหารเลี้ยงเชื้อ (pH 6, 7, 8 และ 9), อุณหภูมิในการเพาะเลี้ยง (30, 37 และ 40 องศาเซลเซียส) และระยะเวลาการเพาะเลี้ยง (0 ถึง 24 ชั่วโมง) พบว่าภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ B. subtilis N1 คือการเลี้ยงในอาหาร TSB pH 7 ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ให้ประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของรา Curvularia sp. ได้ดีที่สุด ซึ่ง B. subtilis N1 สร้างสารออกฤทธิ์ต่อ Curvularia sp. ในรูปแบบที่ไม่สัมพันธ์กับการเจริญ (non-growth associated product) เพราะสารดังกล่าวผลิตออกมาในระยะ stationary phase สารออกฤทธิ์นี้ ยังทนต่ออุณหภูมิได้ตั้งแต่ 20 ถึง 121 องศาเซลเซียสและทนค่า pH ได้ตังF แต่ pH 2 ถึง 10 การตกตะกอนโปรตีนด้วยแอมโมเนียมซัลเฟตในช่วง 20 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์เป็นวิธีแยกสารออกฤทธิ์ที่ดีที่สุดสำหรับ B. subtilis N1 ซึ่งโปรตีนมีแอกติวิตีจำเพาะ 379.82 AU ต่อมิลลิกรัมของโปรตีน หลังจากทำ SDS-PAGE พบโปรตีนที่มีน้ำหนักโมเลกุล 61.38, 41.98, 36.14 และ 22.13 กิโลดาลตัน โปรตีนในส่วนน้ำใสของเซลล์เพาะเลี้ยง B. subtilis N1 ยับยั้งการเจริญของ Curvularia sp. ด้วยความเข้มข้นต่ำสุด 350 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรและโปรตีนกึ่งบริสุทธิ์ที่ได้จากการตกตะกอนด้วยแอมโมเนียมซัลเฟตในช่วง 20 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น 14 เท่าในการยับยั้ง Curvularia sp. โดยมีความเข้มข้นต่ำสุด 23.43 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ทำให้เส้นใยของ Curvularia sp. มีความหนามากขึ้น บวมเป็นปล้องและบางบริเวณบวมเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่ ผลจากการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าสามารถนำสารออกฤทธิ์ที่ผลิตได้ไปพัฒนาเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของ Curvularia sp. ในแปลงเพาะปลูกปทุมมาเพื่อทดแทนการใช้สารเคมีได้ต่อไป