ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การตรวจหาฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์ในหลอดทดลองของสารสกัดจากเปลือกเงาะ
Library Call : Sepr 13/48 ค2.25
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะเภสัชศาตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : เพื่อทดสอบฤทธิ์ในการยับยั้งจุลินทรียืของสารสกัดจากเปลือกเงาะ (Nepheliumlappaceum Linn.) สารสกัดหยาบ จากเปลือกเงาะในตัวทำละลายต่างๆ ได้แก่ hexane extract (Fraction 1;F1) , methanol-aqueous extract (Fraction 2; F2), ethyl acetate extract (Fraction 3; F3) และ aqueous extract (Fraction 2; F4) ได้ถูกนำมาทดสอบ Staphylococcus aureus ATCC 6538 P, Pseudomonas aeruginosa ATCC 27853, Escherichia coli ATCC 25922, Bacillus cereus ATCC 11778, Candida albican ATCC 10231 และ Aspergillusnigerด้วยวิธี Agar diffusion method พบว่า สารสกัดทั้ง 4 fraction แสดงฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อ S. aureusและ B. cereus สารสกัด; F3 แสดงฤทธิ์ในการยับยั้งการ-เจริญของเชื้อ E. coli และไม่มีสารสกัดในตัวทำละลายใดที่ยับยั้งการเจริญของเชื้อ P. aeruginosa, C. albican และ A. nigerด้วยวิธี Microdilutionพบว่า ความเข้มข้นต่ำสุดที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งจุลินทรีย์ ( Minimum inhibitory concentration ; MIC) ของสารสกัด ; F1 ต่อ S.aureus และ B. cereus เท่ากับ 0.5 mg/ml สารสกัด F2 ต่อ S. aureus และ B. cereus เท่ากับ เท่ากับ 0.50 mg/mlสารสกัด F3 ต่อ S. aureus, B. cereus และ E. coli เท่ากับเท่ากับ 0.25 mg/ml,เท่ากับ 0.25 mg/ml และ เท่ากับ 0.50 mg/mlตามลำดับ และสารสกัด F4 ต่อ S. aureu และ , B. cereus เท่ากับ 0.50 mg/ml เมื่อทดสอบหาความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้ (Minimum Bactericidal Concentration ; MBC) พบว่า ค่า MBC ต่อ S. aureus และ B. cereus ของสารสกัด F1 เท่ากับ 2mg/ml และ 0.50 mg/ml ตามลำดับ , สารสกัด F2 เท่ากับ 2mg/ml และ 0.50 mg/ml ตามลำดับ ในขณะที่สารสกัด F3 และ F4 ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่า S. aureus แต่มีฤทธิ์ฆ่า B.cereus โดยค่า MBC 0.50 mg/ml ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเปลือกเงาะมีฤทธิ์ในการยับยั้งจุลินทรีย์ บางชนิดได้และควรจะมีการวิจัยและพัฒนาต่อไป