ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การทำให้บริสุทธิ์และลักษณะสมบัติของเพปไทด์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์จากเพรียงทราย Perinereis nuntia savigny
Library Call : วพ.2550 / 4746
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : เพรียงทราย Perinereis nuntia Savigny (คลาสโพลีคีท) ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากคุณค่าทางอาหารของเพรียงทรายสำคัญต่อการเจริญพันธุ์ของสัตว์น้ำหลายชนิด เพรียงทรายที่ใช้นำมาเป็นอาหารสัตว์น้ำเศรษฐกิจเหล่านี้นำมาจากเพรียงทรายในธรรมชาติและอาจนำโรคมาสู่สัตว์น้ำที่เลี้ยงได้ ดังนั้นฟาร์มสัตว์น้ำต่างๆนิยมที่จะใช้เพรียงทรายจากฟาร์มมากกว่าจับจากธรรมชาติ แต่เนื่องจากว่าเพรียงทรายจากฟาร์มและเพรียงธรรมชาติมีความแตกต่างกันในเรื่องของอาหารและแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งคุณค่าทางอาหารจากตัวเพรียงทรายของทั้งสองแหล่งยังไม่เคยมีการศึกษาเปรียบเทียบกันมาก่อน งานวิจัยนี้จึงทำการศึกษาเปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารของเพรียงทรายจากฟาร์มและจากธรรมชาติ พบว่าโปรตีนและไขมันจากเพรียงทรายฟาร์มและเพรียงทรายธรรมชาติ มีค่าแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญ ส่วนความชื้นของเพรียงธรรมชาติมีค่าสูงกว่าเพรียงฟาร์มอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่เถ้านั้นตรงกันข้าม ในเพรียงทรายฟาร์มสูงกว่าในเพรียงทรายธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวิเคราะห์ส่วนประกอบของกรดไขมันในเพรียงทรายทั้ง 2 แหล่ง พบว่ากรดไขมันหลักในกลุ่ม Saturated fatty acid (SFA) Monounsaturated fatty acid (MUFA) และ Polyunsaturated fatty acid (PUFA) ของเพรียงทรายจากทั้ง 2 แหล่งเหมือนกันคือ C16:0 C18:1 และ C18:2 ตามลำดับ ปริมาณกรดไขมันรวมในกลุ่ม SFA และ MUFA ในเพรียงทรายธรรมชาติพบสูงกว่าในเพรียงทรายฟาร์มอย่างมีนัยสำคัญ ในทางตรงกันข้ามกรดไขมันรวมในกลุ่มของ PUFA นั้น พบในเพรียงทรายฟาร์มสูงกว่าในธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อวิเคราะห์ส่วนประกอบกรดอะมิโนในตัวเพรียงทรายทั้ง 2 แหล่ง พบว่าประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ไม่ต่างกันทั้งชนิดและปริมาณ โดยที่กรดอะมิโนหลักที่พบในเพรียงทรายทั้ง 2 กลุ่มคือ กรดกลูตามิคและกรดแอสปาติก ส่วนปริมาณเกลือแร่ที่วิเคราะห์ได้นั้น พบว่าทั้งในเพรียงทรายฟาร์มและเพรียงทรายธรรมชาติมีปริมาณเกลือแร่ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งหมด ยกเว้นโพแทสเซียมเพียงชนิดเดียวที่แตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญ เมื่อวิเคราะห์ปริมาณคลอเลสเตอรอลและวิตามินต่างๆในเพรียงทราย พบว่าคลอเลสเตอรอลและวิตามินเอในเพรียงทรายธรรมชาติมีปริมาณสูงกว่าเมื่อเทียบกับเพรียงทรายฟาร์ม ในทางตรงกันข้ามวิตามินซี ดี 3 และอี ในเพรียงทรายฟาร์มกลับมีปริมาณมากกว่าเพรียงทรายธรรมชาติ ส่วนวิตามินบี 1 นั้นพบว่ามีปริมาณเท่ากันในเพรียงทรายจากทั้ง 2 แหล่ง เพรียงทรายนั้นอาศัยอยู่ตามหาดทรายซึ่งเต็มไปด้วยจุลินทรีย์จำนวนมาก แสดงว่าเพรียงทรายมีการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันของเพรียงทรายที่ใช้ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์คือ innate immunity ซึ่งมีหลายแบบ และหนึ่งใน innate immunity คือเพปไทด์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ antimicrobial peptides (AMPs) ในการทดลองนี้ AMPs จากเนื้อเยื่อและน้ำเลือดของเพรียงทราย P. nuntia ได้ถูกสกัดแยกและทำให้บริสุทธิ์ การทำให้บริสุทธิ์ประกอบไปด้วยการสกัดด้วยสารละลายกรด การแยกเพปไทด์ด้วยวิธีเจลฟิลเตรชั่น solid phase extract และด้วย reverse phase HPLC นอกจากนี้ยังได้ทำการกระตุ้นเพรียงทรายให้ผลิตสาร AMPs ออกมาจำนวนมากขึ้นด้วยการทำให้ติดเชื้อแบคทีเรีย Vibrio harveyi และพบว่าหลังจากการทำให้ติดเชื้อไปแล้ว 24 ชั่วโมงสารสกัดหยาบเพรียงทรายจะมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ได้มากที่สุด ซึ่งในการทดลองนี้ทุกขั้นตอนที่ทำการทำให้บริสุทธิ์จะตรวจสอบฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ด้วยวิธี paper disc และใช้เชื้อแบคทีเรียแกรมบวก Bacillus subtilis เป็นเชื้อทดสอบ จากการทดลองสามารถแยกสาร AMPs จากเพรียงทรายได้ 3 ตัว คือ AMP-F5(P) AMP-F15(P) และ AMP-F40(P) ซึ่งเป็นเพปไทด์ผสม และมีน้ำหนักโมเลกุลของเพปไทด์หลักของ AMP-F5(P) AMP-F15(P) และ AMP-F40(P) เท่ากับ 2461.797 8564.595 และ 8459.779 ดาลตันตามลำดับ แต่มีเพียง AMP-F5(P) เท่านั้นที่ยังแสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ B. subtilis เมื่อผ่านขั้นตอนสุดท้ายของการทำให้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ AMP-F5(P) จากเพรียงทรายที่สกัดได้มีปริมาณ 0.26 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักเพรียงทรายสด 1 กรัม