ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ของราเอนโดไฟท์ที่แยกจากพืชสมุนไพรไทย
Library Call : วพ44/0759
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะเภสัชศาตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือการศึกษาหาราเอนโดไฟท์ที่มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ดื้อยาและ/หรือจุลินทรีย์ที่มีความไวรับต่อยาปฏิชีวนะต่ำ ได้ใช้ gradient plate technique เพื่อทำการคัดเลือกจุลินทรีย์ที่มีความไวรับต่อยาปฏิชีวนะต่ำจากจุลินทรีย์สายพันธุ์มาตรฐานคือ Staphylococcus aureus ATCC 29213, Escherichia coli ATCC 25922, Candida albicans ATCC 10231 และ Saccharomyces cerevisiae ATCC 9763 ทำการคัดเลือกจุลินทรีย์ที่มีความไวต่อยาปฏิชีวนะต่ำโดยเปรียบเทียบค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่คัดเลือกกับค่าต่อสายพันธุ์เดิมต้องมีค่ามากกว่าอย่างน้อย 4 เท่า เมื่อทดสอบโดยวิธี disk diffusion พบว่าสายพันธุ์ของ S. aureus และ E. coli ที่มีความไวรับต่อยาปฏิชีวนะต่ำทุกสายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่ดื้อยาปฏิชีวนะ ยกเว้นสายพันธุ์ S. aureus ที่มีความไวรับต่อยา tetracycline ต่ำ สามารถแยกราเอนโดไฟท์ได้ทั้งหมด 58 ไอโซเลตจากใบและกิ่งที่ได้ทำให้พื้นผิวปราศจากเชื้อ โดยแยกราเอนโดไฟท์ส่วนใหญ่ได้จากกิ่ง พบราเอนโดไฟท์ในพืชสมุนไพรไทย 6 ชนิด คือ กระดังงาไทย (Canangium odoratum Bail.), พญายา (Hesperethusa crenulata Roem.), เทียนกิ่ง (Lawsonia inermis Linn.), แก้ว (Murraya Paniculala (L.) Jack.), ชะพลู (Piper sarmentosum Roxb.) และ ผักหวานบ้าน (Sauropus androgynus Merr.) ทำการทดสอบฤทธิ์ของราเอนโดไฟท์โดยวิธี dual-culture agar diffusion พบว่าราเอนโดไฟท์ส่วนใหญ่ (74.14%) มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์สายพันธุ์มาตรฐาน อาหารเพาะเชื้อราเอนโดไฟท์ต่างชนิดกันส่งผลถึงฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ของราเอนโดไฟท์ พบว่าราเอนโดไฟท์ที่มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ทดสอบทุกชนิด ยกเว้น Pseudomonas aeruginosa ATCC 27953 และ Trichophyton metagrophytes (clinical isolate) เมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารเพาะเชื้อที่มี malt extract เป็นส่วนประกอบมีจำนวนสูง ราเอนโดไฟท์ที่มีฤทธิ์ต้าน Pseudomonas aeruginosa และ Trichophyton mentagrophytes มีจำนวนสูงเมื่อเพาะเลี้ยงบน yeast extract sucrose พบว่าฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ของราเอนโดไฟท์ที่เก็บรักษาไว้ไม่คงตัว ราเอนโดไฟท์ซึ่งมีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ที่คงตัวมีทั้งหมด 29 (29.00%), 4 (23.53%), 4 (7.14%) และ 1(3.70%) ไอโซเลต ยังคงมีฤทธิ์ต้าน S. aureus, E. coli, C. albicans และ S. cereviseae, ตามลำดับ พบราเอนโดไฟท์จำนวน 5 ไอโซเลต(17.24%) มีฤทธิ์ต้าน S. aureus ที่ดื้อยา และ/หรือที่มีความไวรับต่อยาปฏิชีวนะต่ำ พบว่าราเอนโดไฟท์จำนวน 4 ไอโซเลตไม่สร้างโคนีเดีย จึงจัดเป็น mycelia sterilia และ 1 ไอโซเลต คือ Line 13 สร้างโคนีเดียที่เป็นลักษณะเฉพาะของ Alternaria sp.