ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ของสารสกัดผลมะขามป้อมและการประยุกต์ด้านเครื่องสำอาง
Library Call : วพ55/1425
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะเภสัชศาตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : สารสกัดจากผลมะขามป้อมมีฤทธิ์ทางชีววิทยาหลากหลาย ได้แก่ ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ และฤทธิ์ต้านการทำงานเอนไซม์ไทโรซิเนส การนำสารสกัดผลมะขามป้อมมาผสมในเครื่องสำอางจึงเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐีกิจและเพิ่มทางเลือกในการรักษาอาการ เช่น สิวให้กับผู้บริโภค ในการวิจัยนี้ได้นำสารสกัดผลมะขามป้อมที่มีขายและสารสกัดผลมะขามป้อมที่ทำการสกัดเอง (ESDE) นำมาสกัดด้วยด้วยอะซีโตน เมทานอล และเอธิลอะซีเตท กากที่เหลือจากการสกัดด้วยเอธิลอะซีเตทถูกสกัดต่อด้วยอะซีโตนและเมทานอล สิ่งสกัดแต่ละชนิดจะถูกนำมาทดสอบลักษณะ ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์และหาปริมาณของสารประกอบฟีนอลิกด้วย HPLC หรือ Folin –Ciocalteu reagent นำสกัดมะขามป้อมมาเตรียมเป็นเจลโดยใช้ sodium metabisultite, sodium benzoate และ citrate buffer pH 3.0 นำไปประเมินความคงตัวทางกายภาพและทางเคมี โดยเก็บเจลที่อุณหภูมิ 30?2?C ความชื้นสัมพัทธ์ 75?5% เป็นเวลา 1 เดือน และทดสอบฤทธิ์ต้านสิวกับอาสาสมัครจำนวน 25 คน จากการทดสอบค่าทางเคมีพบว่า ESDE และสื่งสกัดพบว่ามีปริมาณสารฟีนอลิค15.77-29.92% w/w ซึ่งมากกว่าสารสกัดผลมะขามป้อมที่มีขายและสิ่งสกัด ESDE มีค่า MIC ต่อเชื้อ S. aureus ATCC 25923 และ S. aureusอีก 29 ไอโซเลท เท่ากับ 10 mg/mL ส่วนสิ่งสกัดอื่นๆ ไม่สามารถนำมาทดสอบหาค่า MIC ได้เนื่องจากความสามารถในการละลายน้ำต่ำ เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลสารฟีนอลิคใน ESDE ที่ละลายด้วย citrate buffer ด้วยวิธี HPLC พบว่าพีคที่ 1 และแกลลิคแอซิดเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการสลายตัวของสารฟีนอลิคพีคที่ 2, 5 และ 6 ลดลง ส่วนพีคที่3 คงที่ พีคที่ 6 มีปริมาณลดลงอย่างชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ สอดคล้องกับการลดลงของความกว้างของโซนที่เกิดจากการยับยั้งเชื้อ S.aureusเจลที่มีส่วนผสมของสารสกัดผลมะขามป้อมมีสีเหลืองมัวไม่ทึบแสงเจลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลภายใน 1 สัปดาห์และเป็นสีน้ำตาลเข้มภายใน 1 เดือน ค่า pH ตลอดระยะเวลา 1 เดือน เท่ากับ 3.24?0.06 ค่าความหนืดตอนเริ่มต้นเท่ากับ 1238?75.60 และ 1040?21.79 cPที่เวลา 1 เดือน ปริมาณแกลลิคแอซิดตอนเริ่มต้นเท่ากับ 0.06 และ 0.09% w/w ที่เวลา 1 เดือน เมื่อวิเคราะห์ด้วย HPLC ปริมาณของพีคต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับESDE ที่ละลายในซิเตรทบัฟเฟอร์ เจลที่มีส่วนผสมของสารสกัดผลมะขามป้อมถูกนำไปทดสอบฤทธิ์ต้านสิวเป็นเวลา 1 เดือนเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมบวก 1% clindamycin gel พบว่าอาสาสมัครแต่ละคนมีปริมาณเม็ดสิวที่ลดลงโดยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนระหว่างเวลาเริ่มต้นและที่สิ้นสุดสัปดาห์ที่ 4 (p<0.05) ที่สิ้นสุดของแต่ละสัปดาห์ พบว่าค่าเฉลี่ยร้อยละของเม็ดสิวที่ลดลงระหว่างอาสาสมัครสองกลุ่มไม่แตกต่าง (p>0.05)