ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การศึกษาคุณสมบัติทางฆ่าเชื้อโรคของสมุนไพรไทยบางชนิด
Library Call : วพ18/0030
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะเภสัชศาตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : มีเหตุผลที่เชื่อได้มากทีเดียวว่า สมุนไพรของไทยซึ่งใช้กันแพร่หลายในตำหรับยาไทยแผนโบราณ มีสรรพคุณในการทำลายเชื้อโรค จึงเป็นเหตุให้มีการทดสอบสรรพคุณของสมุนไพรรวม ๖๓ ชนิด จากพืช ๓๕ ตระกูล ต่อเชื้อ ๘ ชนิด ที่เป็นสาเหตุหรือคาดว่าจะเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น โรคบิด ไข้รากสาดน้อย โรคท้องร่วงจากการติดเชื้อ โรคแรงกินฟัน แผลฝี และโรคผิวหนัง เป็นต้น เชื้อที่ใช้ในการทดสองสรรพคุณยาสมุนไพร คือ Bacillus subtilis (Ehrenberg) Cohn, Escherichia coli (Migula) Castellani and Chalmers, Lactobacillus fermentumBeijerinck , Pseudomonas aeruginosa (Schroeter) Migula, Salmonella typhi (Schroeter) Warren and Scott, Shigelladysenteriae (Shiga) Castellani and Chalmers, Staphylococcus aureus Rosenbach, Streptococcus faecalis Andrewes and Horderผลการทดลองโดยวิธี Disc Diffusion ปรากฏว่าสมุนไพรที่เลือกมาทดสอบมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อได้สูง ค่าของความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งการเจริญของเชื้อ (Minimal Inhibitory Concentration) ที่ได้จากการทดลองอาจจะสูงกว่าค่าที่ได้จากยาปฏิชีวนะที่ใช้เปรียบเทียบค่านี้อาจลดลงได้โดยการแยกสารที่ออกฤทธิ์สำคัญออกจากส่วนสกัดที่ได้จากพืชโดยตรง ในการตรวจทางเคมีของส่วนสกัดของพืช (เฉพาะที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค) ส่วนใหญ่ไม่ได้ผล เพราะทำการตรวจเฉพาะแอลคาลอยด์และไกลโดซายด์ สารเคมีที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคอาจจะเป็นสารเคมีในกลุ่มอื่นก็ได้ หรือเพราะสารที่ออกฤทธิ์มีภาวะไม่คงตัว นอกจากนี้ reagent ที่ใช้ยังมีข้อจำกัดในการทดสอบ เช่นสารที่จะทดสอบมีปริมาณไม่มากพอที่จะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่สามารถจะทดสอบได้ทุกๆ สาร เป็นต้น ลำดับเชื้อที่มีปฏิกิริยาจากมากไปน้อยต่อสมุนไพรที่ใช้ในการทดลองมีดังนี้ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis, Salmonella typhi, Escherichia coli, Shigelladysenteriae, Pseudomonas aeruginosa, Streptococcus faecalis, Lactobacillus fermentum ส่วนสกัดด้วยอีเทอร์ (ethyl ether extract) ให้ผลสูงสุดในการทำลายเชื้อในขณะที่ส่วนสกัดด้วยน้ำให้ผลต่ำสุด