ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การทำปรอทจากอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติให้บริสุทธิ์ และผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ
Library Call : วพ.2540 / 2156 
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : อุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยได้ก่อให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นั่นคือ เกิดสารปรอทซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่นแยกก๊าซธรรมชาติ ปรอทเหล่านี้มีสารปนเปื้อนลักษณะเป็นคราบสีดำ โลหะหนักในรูปของอะมัลกัม และเศษตะกอนต่าง ๆ จึงไม่สามารถนำปรอทมาใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนี้ความเป็นพิษของปรอททำให้ไม่สามารถทิ้งไว้ในสิ่งแวดล้อมได้ การวิจัยนี้จึงได้ทดลองทำความสะอาดปรอทขั้นต้นโดยล้างด้วยสารลดแรงตึงผิวเพื่อขจัดคราบสีดำออกบางส่วน และทดลองหาวิธีการทำปรอทให้บริสุทธิ์เปรียบเทียบกัน 2 วิธีการ คือ การล้างด้วยกรดไนตริกเจือจางและการกลั่นปรอทในสุญญากาศ วิธีการล้างด้วยกรดไนตริกจะแปรเปลี่ยนตามความเข้มข้นของกรดระหว่าง 1, 2, 3, 4, 5, 6 % น้ำหนัก/ปริมาตร และวิธีการกลั่นปรอทในสุญญากาศ 1-3 ครั้ง ที่อุณหภูมิ 192 ?C และ ความดัน 10 มิลลิบาร์ โดยทั้ง 2 วิธีนี้จะใช้เครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นเองและพัฒนามาแล้วหลายขั้นตอน จากผลการวิเคราะห์พบว่าสามารถทำให้ปรอทบริสุทธิ์ขึ้นได้จากปรอทตั้งต้นจากโรงแยกก๊าซที่มีความบริสุทธิ์ 99.99878-99.99881% เป็น 99.99926 - 99.99929 % เมื่อใช้วิธีการล้างด้วยกรดไนตริกเจือจาง 6% น้ำหนัก/ปริมาตร ส่วนวิธีการกลั่นปรอทในสภาวะสุญญากาศ 3 ครั้ง จะทำให้ปรอทบริสุทธิ์ได้ 99.99976 - 99.99978% ซึ่งทั้ง 2 วิธีการนั้นทำให้ปรอทบริสุทธิ์ได้มากกว่าปรอทมาตรฐานทางทันตกรรมจากต่างประเทศที่นำเข้ามาซึ่งบริสุทธิ์ 99.99898 - 99.99901% ดังนั้นปรอทที่ทำได้นี้จึงสามารถใช้ทางทันตกรรมได้ เนื่องจากปรอทเป็นสารพิษที่สามารถระเหยกลายเป็นไอปรอทได้ที่อุณหภูมิห้อง จึงได้ทำการวิจัยติดตามปริมาณปรอทในอากาศในสถานที่ปฏิบัติงาน และติดตามปริมาณปรอทสะสมในบุคคลที่อยู่ในบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2539 - เดือน มิถุนายน 2540 พบว่าปรอทที่พบในอากาศภายในห้องปฏิบัติงานบางห้องมีไอปรอทสูงขึ้น ส่วนปรอทในปัสสาวะพบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำปรอทให้บริสุทธิ์ได้รับปรอทสูงเกินจากปกติในบางเดือนแต่ก็สามารถควบคุมให้อยู่ในสภาวะปกติได้หลังจากติดตั้งระบบกำจัดไอพิษและมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยได้รับการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นว่าการวิจัยนี้สามารถควบคุมผลกระทบของปรอทต่อสิ่งแวดล้อมในห้องปฏิบัติการได้