ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงน้ำดอกไม้ด้วยการควบคุมปริมาณก๊าซเอทิลีน
Library Call : PJ.2546 / 2884  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : มะม่วง (Mangifera indica L.) เป็นผลไม้ประเภท climacteric ซึ่งมีอัตราการหายใจและการผลิตก๊าซเอทิลีนเพิ่มสูงขึ้นขณะที่ผลไม้เริ่มสุก ส่งผลให้มีอายุการเก็บรักษาสั้น ดั้งนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ ด้วยการควบคุมปริมาณก๊าซเอทิลีน โดยเปรียบเทียบการใช้สารดูดซับก๊าซเอทิลีน (Ethylene absorber) และการรมด้วย 1-Methylcyclopropene (1-MCP) ในการยับยั้งการสร้างก๊าซเอทิลีน ทำการทดลองโดยนำมะม่วงมาปลิดขั้ว แล้ววางคว่ำเพื่อให้น้ำยางไหลออก ล้างน้ำ คัดความแก่ (maturity) โดยใช้ความถ่วงจำเพาะ แช่ด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที ผึ่งให้แห้ง หลังจากนั้นทำการทดลองใช้สารดูดซับก๊าซเอทิลีน หรือการรมด้วย 1-MCP โดยแปรอุณหภูมิในการเก็บรักษาเป็นอุณหภูมิห้อง (ประมาณ 30 องศาเซลเซียส) และอุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส ทำการตรวจวัดการสูญเสียน้ำหนัก การผลิตเอทิลีน สีของเปลือกและเนื้อ ความแน่นเนื้อ วิตามินซี ปริมาณกรดที่ไทเทรตได้ หรือ Titratable Acidity (TA) ปริมาณ Total soluble solid (TSS) อัตราส่วน TSS/TA และการทดสอบทางประสาทสัมผัส (ได้แก่ ความสด สีเปลือกและเนื้อ รสชาติ กลิ่นรส ความแน่นเนื้อ และความชอบโดยรวม) พบว่า ที่ทั้งสองอุณหภูมิ สารดูดซับก๊าซเอทิลีนจะสามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงการสูญเสียน้ำหนัก ความแน่นเนื้อ สีของเนื้อ และปริมาณ TSS ได้ดีกว่าการรมด้วย 1- MCP และชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (P?0.05) การใช้สารดูดซับก๊าซเอทิลีนมีแนวโน้มที่จะชะลอการเปลี่ยนแปลงสีของเปลือก ค่า TA และอัตราส่วน TSS/TA สำหรับปริมาณวิตามินซีพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างแต่ละชุดการทดลอง เมื่อทำการทดสอบทางประสาทสัมผัสพบว่าผลที่ได้มีความสอดคล้องกับค่าที่ตรวจวัดได้ ยกเว้นความแน่นเนื้อ ดังนั้น การใช้สารดูดซับก๊าซเอทิลีนและการเก็บมะม่วงที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส สามารถยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงได้ดีที่สุด