ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การผลิตและการเก็บรักษาฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนละลายน้ำจากปลาทรายแดง
Library Call : วพ.2545 / 2973  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : แผ่นฟิล์มที่มีความคงทนแข็งแรง วัตถุดิบที่ใช้คือปลาทรายแดงซึ่งมีค่าความชื้น 77.19% โปรตีน 17.77 % ไขมัน 4.07% เถ้า 1.01% คาร์โบไฮเดรต 0.06% และโปรตีนที่ละลายน้ำ 16.26% ของปริมาณโปรตีนทั้งหมด จากการสกัดโปรตีนที่ละลายน้ำได้จากปลาทรายแดงด้วยน้ำกลั่นที่เย็น (4 องศาเซลเซียส) ปริมาตร 5 เท่า ของน้ำหนักเนื้อปลา แล้วทำ dialysis และระเหิดแห้ง พบว่า โปรตีนที่สกัดได้ปริมาณโปรตีน เท่ากับ 97.63% โดยน้ำหนักแห้ง ในการวิจัยศึกษา pH และอุณหภูมิที่ใช้ในการผลิตแผ่นฟิล์มซึ่งจะทำให้แผ่นฟิล์มมีค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงสุด โดยแปรค่า pH เป็น 3 5 7 9 และ 11 และ อุณหภูมิที่ใช้คือ 60 70 80 และ 90 องศาเซลเซียส เวลาในการให้ความร้อน 15 นาที ก่อนการขึ้นรูปแผ่นฟิล์มแบบซิลิโคน จากผลการการทดสอบสมบัติต่างๆพบว่า แผ่นฟิล์มที่ผลิตโดยใช้ pH เท่ากับ 9 และให้ความร้อนที่ 70 องศาเซลเซียส 15 นาที ให้ค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงสุดคือ 1.84 MPaค่าร้อยละการยืดตัวถึงจุดขาด 48.72% ค่าการซึมผ่านของไอน้ำ 1.89 ? ?10?^(-10)g.m/m?.s.Pa ค่าการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจน 1.89? ?10?^(-18)mol.m/m?.s.Pa ค่า L a b 83.07 0.83 3.23 ตามลำดับ และค่าการลายทั้งหมด 51.41% เมื่อพิจารณาจากภาพถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดพบว่า แผ่นฟิล์มที่สภาวะดังกล่าวมีพื้นผิวต่อเนื่องและแน่นกว่าฟิล์มที่สภาวะอื่น และจากผลการวิเคราะห์โดยใช้ SDS-PAGE electrophoresis แสดงให้เห็นว่ามีการเกิดพันธะไดซัลไฟด์ขึ้นในการผลิตแผ่นฟิล์ม จากข้อสรุปดังกล่าวจึงเลือกสภาวะการผลิตนี้ไปใช้ในขั้นตอนต่อไป เพื่อศึกษาชนิดและปริมาณพลาสติไซเซอร์ที่เหมาะสมในการผลิตแผ่นฟิล์ม โดยใช้พลาสติไซเซอร์3 ชนิดคือกลีเซฮรอล(GLY) ซอร์บิทอล(SOR) และ โพลีเอททิลีนไกลคอล(PEG) และปริมาณเป็น 3 ระดับคือ 40 50 และ 60% โดยน้ำหนักของโปรตีนที่ใช้ในการผลิตฟิล์ม พบว่าการเพิ่มปริมาณพลาสติไซเซอร์ทำให้แผ่นฟิล์มมีค่าความต้านทานแรงดึงขาดลดลง แต่จะมีให้ค่าการยืดตัวถึงจุดขาด ค่าการซึมผ่านไอน้ำ และค่าการละลายทั้งหมดสูงขึ้น และพบว่าการใช้ SOR เป็นพลาสติไซเซอร์จะได้ฟิล์มที่มีค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงกว่าใช้ GLY และ PEG โดยการใช้ SOR 40% จะให้ค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงสุดคือ 5.11 Ma แต่จะให้ร้อยละค่าการยืดตัวถึงจุดขาด ค่าการซึมผ่านของไอน้ำ และ ค่าการละลายทั้งหมดต่ำที่สุดคือ 7.52% 1.13 ? ?10?^(-10)g.m/m?.s.Paและ 26.18% ตามลำดับ และแผ่นฟิล์มที่ผลิตได้จะมีค่าสี (L a b) 83.05 0.04 และ 3.87 ตามลำดับ ส่วนการใช้ GLY 60% จะทำให้ฟิล์มที่ผลิตได้มีค่าร้อยละการยึดตัวถึงจุดขาดสูงกว่าการใช้ SOR ทุกระดับความเข้มข้นมาก ในขณะที่ 60% จะทำให้ฟิล์มที่ผลิตได้มีค่าร้อยละการยึดตัวถึงจุดขาดสูงกว่าการใช้ SOR ทุกระดับความเข้มข้นมาก ในขณะที่สมบัติด้านอื่นๆใกล้เคียงกับการใช้ SOR จึงเลือกสภาวะการผลิตฟิล์มโดยใช้ SOR 40% และ GLY 60% มาศึกษาผลของอายุการเก็บแผ่นฟิล์มที่อุณหภูมิห้องในถุงพลาสติกชนิด low density polyethylene เป็นเวลา 2 เดือนต่อสมบัติต่างๆของฟิล์ม พบว่า เมื่อระยะเวลาการเก็บนานขึ้นจะทำให้แผ่นฟิล์มที่เก็บอุณหภูมิห้องทั้ง 2 สภาวะมีค่าความต้านทานแรงดึงขาดและค่าการซึมผ่านของไอน้ำสูงขึ้น แต่จะมีค่าร้อยละการยืดตัวถึงจุดขาดและค่าการละลายทั้งหมดต่ำลง และมีสีเหลืองขึ้นเล็กน้อย