ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การแปรรูปถ่านหินลิกไนต์และยางรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นของเหลวด้วยไฮโดรเจนบนตัวเร่งปฏิกิริยาเหล็กบนถ่านกัมมันต์ นิเกิลโมลีบดินัมบนอะลูมินา และโคบอลต์โมลีบดินัมบนอะลูมินา 
Library Call : วพ.2543 / 2365  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : จุดมุ่งหมายของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาการแปรรูปถ่านหินลิกไนต์และยางรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นของเหลวด้วยไฮโดรเจนบนตัวเร่งปฏิกิริยาเหล็กบนถ่านกัมมันต์ นิกเกิลโมลีบดินัมบนอะลูมินา และโคบอลต์โมลีบดินัมบนอะลูมินา ในเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 30 มิลลิเมตร ความจุ 75 มิลลิเมตร การทดลองแบ่งออกเป็นสองส่วน ในส่วนแรกศึกษากระบวนการผลิตเชื้อเพลิงเหลวจากยางรถยนต์ใช้แล้วเพียงอย่างเดียวโดยใช้ภาวะการทดลองที่ช่วงอุณหภูมิ 350 ถึง 450 องศาเซลเซียส,เวลาการเกิดปฏิกิริยา 30 และ 60 นาที และความดันแก๊สไฮโดรเจนช่วง 30 ถึง 60 บาร์ ในการทดลองส่วนแรกใช้ภาวะที่เหมาะสมที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส , เวลาการเกิดปฏิกิริยา 60 นาทีและความดันแก๊สไฮโดรเจน 60 บาร์ ที่ภาวะดังกล่าวนี้ได้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของเหลว 61.73% โดยใช้นิกเกิลโมลีบดินัมบนอะลูมินาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ในส่วนที่สองพบว่านิกเกิลโมลีบดินัมบนอะลูมินาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหมาะสมในภาวะการทดลองที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส ความดันแก๊สไฮโดรเจน 60 บาร์ และเวลาการเกิดปฏิกิริยา 60 นาที พบว่าอัตราส่วนระหว่างยางรถยนต์ใช้แล้วกับถ่านหินลิกไนต์ที่ 80% ยางรถยนต์และ 20% ถ่านหินลิกไนต์ ได้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของเหลว 52.54% ซึ่งผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ใช้มีองค์ประกอบของแก๊สโซลีน 39% , เคโรซีน 16% , แก๊สออยล์ 30% และโมเลกุลสายโซ่ยาว 15% โดยน้ำหนักผลิตภัณฑ์ ซึ่งองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ได้ในส่วนแรกประกอบด้วย แก๊สโซลีน 42% , เคโรซีน 15.5%, แก๊สออยล์ 27.5% และโมเลกุลสายโซ่ยาว 15% โดยน้ำหนักของผลิตภัณฑ์