ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : การสร้างกลุ่มประชากรจุลินทรีย์เพื่อการย่อยสลายน้ำมันดิบ
Library Call : วพ.2543 / 2410  
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : จุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายไฮโดรคาร์บอนบางชนิดที่มีอยู่ในน้ำมันดิบสายพันธุ์ B3-1 C1-2 และ D2-1 ซึ่งคัดแยกได้จากตัวอย่างดินที่ปนเปื้อนน้ำมันและกากตะกอนจากบ่อบำบัดน้ำเสีย ผลการจำแนกชนิดพบว่า จุลินทรีย์สายพันธุ์ B3-1 C1-2 และ D2-1 จัดอยู่ในสกุล Bacillus circulans Pseudomonas alkaligenesและ Yarrowia sp.ตามลำดับ และยืนยันผลการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธานของ Bacillus sp. B3-1ด้วยการวิเคราะห์ลำดับเบส 16S rRNA จุลินทรีย์ทั้ง 3 สายพันธุ์ผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพได้ โดยที่Yarrowia sp.สายพันธุ์D2-1 จะผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่มีประสิทธิภาพดีกว่าจุลินทรีย์อีก 2 สายพันธุ์ รวมทั้งมี dioxygenase activity ด้วย การย่อยสลายนอร์มอล-เตตระเดกเคน พริสเทนและฟีแนนทรีน ในอาหารเหลว BH ที่มีไฮโดรคาร์บอนแต่ละชนิด 4 มก./มล. ภายใน 7 วัน พบว่าของ Bacillus sp. สายพันธุ์ B3-1 สามารถลดปริมาณพริสเทนได้ 66.4% Pseudomonassp. สายพันธุ์C1-2 สามารถลดปริมาณนอร์มอล-เตตระเดกเคนได้ 90% ในการศึกษาประสิทธิภาพการย่อยสลายน้ำมันดิบของจุลินทรีย์ทั้ง 3 สายพันธุ์ พบว่าBacillus sp. สายพันธุ์ B3-1 สามารถลดปริมาณไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันดิบได้ 35% ภายในเวลา 1 วันและ 55% เมื่อครบ 7 วัน เมื่อปรับค่าความเป็นกรด-ด่างให้อยู่ระหว่าง 6-7 พบว่า ปริมาณไฮโดรคาร์บอนถูกย่อยสลายได้มากขึ้นเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วน Pseudomonas sp. สายพันธุ์C1-2 และYarrowia sp.สายพันธุ์D2-1 ในภาวะที่ควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง สามารถย่อยสลายไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันได้ 80% และ 82% ตามลำดับ ในภาวะเดียวกันเชื้อผสมย่อยสลายน้ำมันได้ดีกว่าเชื้อเพลิงชนิดเดียว เมื่อทำการปรับภาวะในการเลี้ยงเชื้อเพื่อให้เชื้อผสมย่อยน้ำมันดิบได้ดีที่สุดได้ค่าต่างดังนี้ ค่าความเป็นกรด-ด่าง 8.0 อุณหภูมิ 20?ซ ความเร็วรอบในการเขย่า 250 รอบต่อนาทีและอัตราส่วนระหว่างเชื้อที่ผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพกับกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ที่สร้างขึ้น 2: 1 ตามลำดับ พบว่า ปริมาณไฮโดรคาร์บอนทั้งหมดลดลงประมาณ 90% ภายในเวลา 3 วัน