ข้อมูลผลงานวิจัยของคณาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผลงานวิจัย : ฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนที่ละลายน้ำได้ในน้ำล้างซูริมิ 
Library Call : วพ.2546 / 3269
สถานที่ตั้งห้องสมุด : ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างบทคัดย่อ : งานวิจัยนี้ได้พัฒนาและปรับปรุงสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนที่แยกได้จากน้ำล้างซูริมิ สามวิธีได้แก่ ทำแห้งน้ำล้างซูริมิแบบเยือกแข็ง ตกตะกอนโปรตีนโดยการปรับพีเอช และตกตะกอนโปรตีนด้วยเอทธานอล พบว่าโปรตีนละลายได้จากน้ำล้างซูริมิมีปริมาณแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลำดับการล้าง ซึ่งน้ำล้างที่หนึ่งมีปริมาณโปรตีนมากที่สุด รองลงมาคือน้ำล้างที่สอง และสามตามลำดับ จากผลการวิเคราะห์ พบว่าโปรตีนในน้ำล้างที่หนึ่งมีน้ำหนักโมเลกุลส่วนใหญ่ในช่วง 23.2-71.6 kDa ขณะที่โปรตีนจากน้ำล้างที่สองและสามมีน้ำหนักโมเลกุลในช่วง 23.2-71.6 kDa เช่นกันแต่ปริมาณต่ำกว่าที่พบในน้ำล้างที่หนึ่ง จากการที่น้ำล้างที่หนึ่งมีปริมาณโปรตีนมากที่สุดจึงนำมาตกตะกอนสำหรับขึ้นรูปแผ่นฟิล์ม พบว่าได้ตะกอนโปรตีนสูงสุดที่พีเอช 3.5 (66.30%) และที่ความเข้มข้นของเอทธานอล 60.0% โดยปริมาตร (64.98%) สภาวะดังกล่าวโปรตีนที่ได้มีสมบัติด้านการละลายต่ำสุด การเพิ่มอุณหภูมิขณะตกตะกอนเป็นผลให้ได้ปริมาณตะกอนเพิ่มขึ้นและตะกอนมีสมบัติด้านการละลายต่ำลง ขณะที่เวลาในการตกตะกอน ไม่มีผลต่อปริมาณตะกอน จากการศึกษาผลของพีเอชและอุณหภูมิในการให้ความร้อนที่ระยะเวลาต่างๆ แก่สารละลายฟิล์มที่เตรียมจากโปรตีนทั้งสามตัวอย่าง พบว่า พีเอชและอุณหภูมิมีผลต่อสมบัติของฟิล์มมากกว่าเวลาในการให้ความร้อน ตัวอย่างฟิล์มจากโปรตีนที่ทำแห้งโดยการแช่เยือกแข็งที่พีเอช 10.0 อุณหภูมิ 70 ํC ฟิล์มจากโปรตีนที่ตกตะกอนด้วยการปรับพีเอช ที่พีเอช 2.0 อุณหภูมิ 80 ํC และฟิล์มจากโปรตีนที่ตกตะกอนด้วยเอทธานอล ที่พีเอช 11.5 อุณหภูมิ 60 ํC มีค่าความต้านทานแรงดึงขาด (tensile strength, TS) สูงสุด และค่า % การยืดตัวเมื่อขาด (elongation at break, E) สูงเช่นกัน ขณะที่ค่าการซึมผ่านไอน้ำ (water vapor permeability, WVP) ค่าการซึมผ่านก๊าซออกซิเจน (oxygen permeability, OP) ค่าการละลายของฟิล์ม (film solubility, FS) และค่าการละลายของโปรตีน (protein solubility, PS) ของแผ่นฟิล์มต่ำที่สุด การใช้พีเอชและอุณหภูมิสูงแก่การละลายฟิล์มส่งผลให้ฟิล์มที่ได้มีสีเหลืองเข้มกว่าฟิล์มที่เตรียมโดยใช้พีเอชและอุณหภูมิต่ำ ค่าความไม่ชอบน้ำของผิวหน้า (surface hydrophobicity) และปริมาณพันธะไดซัลไฟล์ (content of disulfide bond) เพิ่มขึ้นเมื่อพีเอชและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นขณะที่ปริมาณหมู่ซัลไฟดริล (available sulfhydryl group) ลดลง การเพิ่มปริมาณโปรตีนในสารละลายฟิล์มจากร้อยละ 1.5 ถึง 4.5 ทำให้ฟิล์มที่ได้มีค่า TS เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่า E, WVP, OP, FS, PS ลดลง และสีเข้มขึ้น จากการศึกษาชนิดและปริมาณสารพลาสติไซเซอร์ (plasticzer) ได้แก่ ซอร์บิทอล (sorbitol) กลีเซอรอล (glycerol) และพอลิเอธิลีนไกลคอล (polyethylene glycol) ที่ความเข้มข้น 25 50 และ 75% โดยน้ำหนักโปรตีน พบว่าเมื่อปริมาณพลาสติไซเซอร์เพิ่มขึ้นแผ่นฟิล์มมีค่า TS ลดลงขณะที่ ค่า E, WVP, OP, FS, และ PS เพิ่มขึ้น พบว่าฟิล์มที่ใช้ซอร์บิทอลเป็นพลาสติไซเซอร์มีค่า TS, FS และ PS สูงที่สุดขณะที่ค่า E, WVP, OP และสีต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่ใช้กลีเซอร์รอลและพอลิเอทธิลีนไกลคอล ฟิล์มจากโปรตีนที่ละลายน้ำได้ทั้งสามตัวอย่างมีสมบัติทางกลใกล้เคียงกับฟิล์มที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพชนิดอื่น แต่ WVP สูงเมื่อเทียบกับพอลิเมอร์สังเคราะห์ ขณะที่ OP ต่ำกว่าฟิล์มจากพอลิแซคคาไรด์และพลาสติกสังเคราะห์ชนิด พอลิเอทธิลีนความหนาแน่นต่ำและสูง (low density polyethylene และ high density polyethylene) พอลิโพรพิลีน (polypropylene ) และ พอลิสไตรีน (polystyrene )